งบประมาณครั้งแรกของลูก: วางแผนใช้เงินแบบง่ายๆ

👁 1 views ❤️ 0 💬 0 ↗️ 0 Share

🌐 This article is written in Thai.

หลายครอบครัวให้ค่าขนมลูกแล้วปล่อยให้ใช้ไปตามใจ พอเงินหมดกลางสัปดาห์ก็มาขอเพิ่ม วงจรนี้ไม่ได้บอกว่าลูกเป็นเด็กไม่ดี แต่บอกว่าลูกยังไม่มี เครื่องมือ สำหรับจัดการเงิน และเครื่องมือพื้นฐานที่สุดก็คือ "งบประมาณ"

งบประมาณคือแผนล่วงหน้าว่าเงินที่มีจะไปอยู่ที่ไหนบ้าง CFPB อธิบายในกิจกรรมสำหรับเด็กวัย 11–14 ปีว่า การทำตามงบประมาณช่วยให้เรามีเงินพอสำหรับสิ่งที่จำเป็นและสิ่งที่อยากได้ และยังออมได้อย่างสม่ำเสมอ ฟังดูเป็นเรื่องผู้ใหญ่ แต่เด็กประถมก็เริ่มได้ ขอเพียงทำให้ง่าย เห็นภาพ และทำซ้ำบ่อยๆ

ทำไมลูกควรมีงบประมาณตั้งแต่เด็ก

  • เปลี่ยนเงินที่มองไม่เห็นให้เป็นแผนที่เห็นได้ ลูกรู้ล่วงหน้าว่าวันศุกร์จะเหลือเงินเท่าไร
  • ลดการต่อรองในบ้าน เมื่อมีแผน คำตอบว่าจะซื้อได้ไหมอยู่ในงบ ไม่ใช่อยู่ที่อารมณ์ของพ่อแม่
  • ฝึกผิดพลาดตอนที่เดิมพันยังเล็ก ใช้เกินงบ 20 บาทตอนอายุ 9 ขวบ ดีกว่าบริหารเงินเดือนพลาดตอนอายุ 25
  • เป็นรากฐานของอิสรภาพทางการเงิน คนที่รู้ว่าเงินของตัวเองไปไหน คือคนที่ควบคุมมันได้

5 ขั้นตอนทำงบประมาณครั้งแรก

ขั้นที่ 1: รู้ว่ามีเงินเข้าเท่าไร

เริ่มจากรายรับที่แน่นอนก่อน เช่น ค่าขนมรายสัปดาห์ ถ้าลูกมีรายได้จากงานพิเศษหรือขายของ ให้แยกไว้อีกบรรทัด งบประมาณแรกควรมีช่วงเวลาสั้น เช่น หนึ่งสัปดาห์ เพื่อให้ลูกเห็นผลเร็ว

ขั้นที่ 2: กันเงินออมไว้ก่อน

ธนาคารแห่งประเทศไทยแนะนำสูตร รายได้ − เงินออม = รายจ่าย คือแบ่งเงินออมออกมาก่อนทันทีที่ได้รับ แล้วใช้จ่ายจากส่วนที่เหลือ ธปท. ยังแนะว่าผู้ใหญ่อาจออมราว 1 ใน 4 ของรายได้ต่อเดือน โดยปรับตามสถานการณ์ของแต่ละคน สำหรับเด็ก พ่อแม่อาจเริ่มจากสัดส่วนที่ทำได้จริงก่อน แล้วค่อยเพิ่ม

ขั้นที่ 3: ลิสต์รายจ่ายที่จำเป็น

อะไรที่ลูกต้องจ่ายเองแน่ๆ เช่น ขนมระหว่างวันหรือค่าเดินทาง เขียนลงไปก่อน นี่คือจุดที่ใช้ทักษะแยกของจำเป็นกับของที่อยากได้

ขั้นที่ 4: จัดสรรส่วนที่เหลือให้ของที่อยากได้

เงินที่เหลือหลังออมและจ่ายของจำเป็นคือเงินที่ลูกใช้ได้อย่างอิสระ ให้ลูกเป็นคนตัดสินใจเองในส่วนนี้ ความรู้สึกว่า "นี่คือเงินของฉัน" ทำให้เด็กใส่ใจงบมากขึ้น

ขั้นที่ 5: จดและทบทวน

ทุกครั้งที่ใช้เงิน ให้จดสั้นๆ ครบกำหนดค่อยนั่งดูด้วยกันว่าเป็นไปตามแผนไหม อะไรเกิน อะไรเหลือ และจะปรับอย่างไรในรอบหน้า

ตัวอย่างงบประมาณหนึ่งสัปดาห์

สมมติว่า ลูกอายุ 10 ขวบได้ค่าขนมสัปดาห์ละ 200 บาท งบประมาณอาจหน้าตาแบบนี้

  • ออมเพื่อเป้าหมาย (ชุดเลโก้): 50 บาท
  • แบ่งปัน (ทำบุญหรือช่วยเพื่อน): 10 บาท
  • ของจำเป็น (น้ำดื่ม ขนมระหว่างเรียนพิเศษ): 90 บาท
  • ใช้ตามใจ: 50 บาท

ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่าง ไม่ใช่สัดส่วนที่ถูกต้องที่สุด ครอบครัวควรคุยกันเองว่าเหมาะกับวัยและค่าใช้จ่ายจริงแค่ไหน สิ่งสำคัญคือ ทุกบาทมีหน้าที่ ก่อนจะถูกใช้

เคล็ดลับให้งบประมาณใช้ได้จริง

เลือกเครื่องมือให้เหมาะกับวัย

เด็กเล็กเหมาะกับของที่จับต้องได้ เช่น ซองหรือกล่องแยกเงิน เด็กประถมปลายเริ่มใช้สมุดเล่มเล็กจดรายจ่ายได้ ส่วนวัยรุ่นอาจใช้ตารางในโทรศัพท์หรือแอปจดรายจ่าย เครื่องมือไม่สำคัญเท่ากับการใช้อย่างต่อเนื่อง เลือกแบบที่ลูกชอบและทำได้ทุกวัน

งบประมาณที่ดีต้องยืดหยุ่น

งบประมาณไม่ใช่กฎเหล็ก แต่เป็นแผนที่ปรับได้ ถ้าลูกพบว่าหมวด "จำเป็น" ไม่พอทุกสัปดาห์ แปลว่าแผนต้องปรับ ไม่ใช่ลูกล้มเหลว ชวนลูกย้ายเงินระหว่างหมวดอย่างมีเหตุผล เช่น ลดเงินใช้ตามใจลงเล็กน้อยเพื่อให้หมวดจำเป็นพอ แต่ขอให้หมวดออมเป็นหมวดสุดท้ายที่จะถูกลด

ให้ลูกเป็นเจ้าของการตัดสินใจ

พ่อแม่ช่วยตั้งกรอบได้ แต่ภายในกรอบนั้นควรให้ลูกเลือกเอง แม้บางครั้งจะเลือกสิ่งที่เราไม่เห็นด้วย การได้ลองตัดสินใจแล้วเห็นผลด้วยตัวเองคือหัวใจของการเรียนรู้เรื่องเงิน

เมื่อลูกใช้เกินงบ ทำอย่างไรดี

การใช้เกินงบคือบทเรียน ไม่ใช่ความล้มเหลว สิ่งที่ไม่ควรทำคือเติมเงินให้ทันทีทุกครั้ง เพราะลูกจะเรียนรู้ว่างบประมาณไม่มีความหมาย ลองทำแบบนี้แทน

  1. ถามก่อนว่า "เกิดอะไรขึ้น" ด้วยน้ำเสียงอยากรู้ ไม่ใช่ตำหนิ
  2. ให้ลูกหาทางแก้เอง เช่น ลดของที่อยากได้ในสัปดาห์ถัดไป หรือทำงานพิเศษเพิ่ม
  3. ถ้าเงินไม่พอสำหรับของจำเป็นจริงๆ พ่อแม่ช่วยได้ แต่คุยกันว่าจะป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำอย่างไร

CFPB แนะนำว่าการคุยเรื่องเงินกับลูก "คุยอย่างไร" สำคัญกว่า "คุยเมื่อไร" และเด็กรับรู้อารมณ์ของพ่อแม่เกี่ยวกับเงินได้มากกว่าที่เราคิด บรรยากาศที่ปลอดภัยจะทำให้ลูกกล้าบอกความจริงเรื่องเงินเสมอ

กิจกรรมทำที่บ้าน

1. งบประมาณซองสี (อายุ 6–9 ปี)

  1. เตรียมซองหรือกล่อง 3–4 ใบ เขียนป้าย "ออม" "จำเป็น" "ใช้ตามใจ" และ "แบ่งปัน"
  2. เมื่อได้ค่าขนม ให้ลูกนับเงินใส่ซองตามแผนที่ตกลงกันด้วยตัวเอง โดยใส่ซอง "ออม" เป็นซองแรก
  3. เมื่อจะซื้ออะไร ให้หยิบจากซองที่ถูกต้องเท่านั้น ซองไหนหมดคือหมด

2. จัดงานเลี้ยงด้วยงบจำกัด (อายุ 8–12 ปี)

  1. สมมติว่าให้งบ 300 บาทสำหรับจัดปิกนิกครอบครัว
  2. ให้ลูกเขียนรายการที่ต้องมีและที่อยากมี ไปดูราคาจริงที่ร้าน แล้วปรับรายการให้อยู่ในงบ
  3. หลังงาน ทบทวนด้วยกันว่าอะไรคุ้ม อะไรไม่จำเป็น

3. งบประมาณรายเดือนของวัยรุ่น (อายุ 13 ปีขึ้นไป)

  1. รวมค่าขนม ค่าเดินทาง และรายได้เสริมเป็นรายเดือน
  2. ให้วัยรุ่นทำตารางในสมุดหรือแอปจดรายจ่าย แบ่งหมวดออม จำเป็น อยากได้
  3. นัดทบทวนกันทุกสิ้นเดือน 15 นาที และให้ลูกตั้งเป้าหมายการออมของเดือนถัดไปเอง

สรุปสั้นๆ

  • งบประมาณคือแผนล่วงหน้าว่าเงินแต่ละบาทจะไปทำหน้าที่อะไร
  • ใช้สูตร รายได้ − เงินออม = รายจ่าย คือกันเงินออมไว้ก่อนเสมอ
  • เริ่มจากรอบสั้นๆ อย่างหนึ่งสัปดาห์ แล้วค่อยขยายเป็นรายเดือนเมื่อลูกโตขึ้น
  • ใช้เกินงบคือบทเรียน ให้ลูกหาทางแก้เองในบรรยากาศที่ไม่ตำหนิ

แหล่งอ้างอิง

  1. Learning about budgets — Consumer Financial Protection Bureau (CFPB)
  2. การออม — ธนาคารแห่งประเทศไทย
  3. Talking about money choices — Consumer Financial Protection Bureau (CFPB)

บทความนี้จัดทำเพื่อการเรียนรู้ของครอบครัว ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุนเฉพาะบุคคล ข้อมูลและกฎเกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

Was this article helpful?

Comments 0

← See all: Articles

Read more

Related

ArticlesMoney Basics

เงินสด เงินดิจิทัล พร้อมเพย์ และ QR Code: สอนเด็กยุคสังคมไร้เงินสด

เมื่อพ่อแม่จ่ายเงินด้วยการสแกน ลูกอาจคิดว่าเงินไม่มีวันหมด สอนเด็กยุคไร้เงินสดให้เข้าใจพร้อมเพย์ QR Code และใช้เงินดิจิทัลอย่างปลอดภัย

ArticlesMoney Basics

ภาษีคืออะไร เงินที่ทุกคนจ่ายไปทำอะไรบ้าง

ทุกครั้งที่ลูกซื้อขนม ลูกก็จ่ายภาษีแล้ว เล่าเรื่องภาษีให้เด็กเข้าใจ ภาษีทางตรง ทางอ้อม VAT และเงินภาษีกลับมาเป็นอะไรในชีวิตเรา

ArticlesMoney Basics

เงินเฟ้อคืออะไร ทำไมขนมถุงเดิมแพงขึ้น

ขนมถุงเดิมแพงขึ้น หรือถุงเท่าเดิมแต่ของน้อยลง อธิบายเงินเฟ้อให้ลูกเข้าใจ พร้อมบทบาทของแบงก์ชาติ และทำไมการออมอย่างเดียวอาจไม่พอ