พันธบัตรคืออะไร: เมื่อเราให้รัฐบาลหรือบริษัทยืมเงิน
👁 1 回 ❤️ 0 💬 0 ↗️ 0 シェア
ถ้าเพื่อนสนิทมาขอยืมเงินเรา 100 บาท แล้วสัญญาว่าอีก 1 เดือนจะคืนให้ครบ พร้อมขนมอีกหนึ่งห่อเป็นการขอบคุณ เราจะให้ยืมไหม? คำตอบส่วนใหญ่คือ "ขึ้นอยู่กับว่าเพื่อนคนนั้นไว้ใจได้แค่ไหน" ความคิดง่ายๆ นี้เองคือหัวใจของสิ่งที่ผู้ใหญ่เรียกว่า พันธบัตร
พันธบัตรเป็นสินทรัพย์ลงทุนที่หลายครอบครัวได้ยินชื่อบ่อย แต่ไม่ค่อยมีใครอธิบายให้เด็กฟังว่ามันทำงานอย่างไร ทั้งที่จริงแล้วมันเข้าใจง่ายกว่าหุ้นเสียอีก เพราะเป็นเรื่องของ "การยืม" กับ "การคืน" ที่เด็กคุ้นเคยอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน
ในบทความนี้ ทีมบ้านเรียนโปรเกรสจะพาไปรู้จักพันธบัตรตั้งแต่คำศัพท์พื้นฐาน ตัวอย่างจริงในประเทศไทย ไปจนถึงความเสี่ยงที่ต้องรู้ก่อนลงทุน พร้อมกิจกรรมที่ทำได้ที่บ้าน
พันธบัตรคือ "สัญญายืมเงิน" ที่ซื้อขายได้
คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (SEC) อธิบายผ่านเว็บไซต์ Investor.gov ว่า พันธบัตรคือตราสารหนี้ที่คล้ายกับ "ใบยืมเงิน" เมื่อเราซื้อพันธบัตร เท่ากับเราให้ผู้ออกยืมเงิน ซึ่งอาจเป็นรัฐบาล หน่วยงานท้องถิ่น หรือบริษัท โดยผู้ออกสัญญาว่าจะจ่ายดอกเบี้ยตามอัตราที่ตกลงไว้ตลอดอายุพันธบัตร และจ่ายเงินต้นคืนเมื่อครบกำหนด
สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) แบ่งผู้ออกตราสารหนี้ในไทยเป็นกลุ่มใหญ่ๆ คือ ภาครัฐ (เช่น ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ) ภาคเอกชน ซึ่งเรียกรวมกันว่า หุ้นกู้ และหน่วยงานจากต่างประเทศ ข้อสำคัญที่ ThaiBMA เน้นคือ ผู้ซื้อตราสารหนี้มีฐานะเป็น "เจ้าหนี้" ไม่ใช่ "เจ้าของ" ต่างจากการซื้อหุ้นที่เราเป็นเจ้าของบริษัทส่วนหนึ่ง
คำศัพท์ 4 คำที่ควรรู้
- ผู้ออก คือคนที่ยืมเงินเรา เช่น กระทรวงการคลังหรือบริษัท
- เงินต้น (มูลค่าที่ตราไว้) คือจำนวนเงินที่ผู้ออกสัญญาว่าจะคืนเมื่อครบกำหนด
- ดอกเบี้ย (คูปอง) คือค่าตอบแทนที่ผู้ออกจ่ายให้เป็นงวดๆ
- วันครบกำหนดไถ่ถอน คือวันที่ผู้ออกต้องคืนเงินต้นทั้งหมด
ทำไมรัฐบาลและบริษัทต้องยืมเงิน
Investor.gov อธิบายว่ารัฐบาลและบริษัทออกพันธบัตรเพื่อนำเงินไปใช้หลายอย่าง เช่น ใช้เป็นเงินหมุนเวียนในการดำเนินงาน ชำระหนี้เดิม หรือลงทุนสร้างสิ่งต่างๆ อย่างโรงเรียน ถนน และโรงพยาบาล
ลองชวนลูกคิดว่า ถ้าบ้านเราอยากต่อเติมห้องแต่เงินเก็บยังไม่พอ เราอาจไปกู้ธนาคาร ส่วนรัฐบาลหรือบริษัทใหญ่ๆ ก็ทำคล้ายกัน เพียงแต่แทนที่จะกู้จากธนาคารแห่งเดียว เขาแบ่งการกู้เป็นชิ้นเล็กๆ ให้คนจำนวนมากร่วมกันให้ยืม ซึ่งชิ้นเล็กๆ นั้นก็คือพันธบัตรหรือหุ้นกู้นั่นเอง
ส่วนเหตุผลที่นักลงทุนซื้อพันธบัตร Investor.gov ระบุว่า พันธบัตรให้รายได้ที่คาดการณ์ได้ เพราะโดยทั่วไปจ่ายดอกเบี้ยตามกำหนด และถ้าถือจนครบกำหนด ผู้ถือจะได้เงินต้นคืนเต็มจำนวน (หากผู้ออกไม่ผิดนัด) อีกทั้งช่วยถ่วงดุลกับหุ้นที่ราคาขึ้นลงแรงกว่าในพอร์ตการลงทุน
ตัวอย่างใกล้ตัว: พันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง
พันธบัตรที่ครอบครัวไทยเข้าถึงง่ายที่สุดคือ พันธบัตรออมทรัพย์ ที่กระทรวงการคลังออกขายให้บุคคลธรรมดาเป็นครั้งคราว ตัวอย่างเช่น เอกสาร "รู้ก่อนซื้อ" ของธนาคารแห่งประเทศไทย สำหรับพันธบัตรออมทรัพย์บนวอลเล็ต สบม. ปีงบประมาณ 2567 ครั้งที่ 1 ระบุรายละเอียดไว้ดังนี้
- ขายผ่านวอลเล็ตสะสมบอนด์มั่งคั่ง (วอลเล็ต สบม.) ในแอปพลิเคชันเป๋าตัง
- ผู้มีสิทธิซื้อคือบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยอายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป โดยผู้ที่อายุไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมก่อน
- ซื้อขั้นต่ำ 100 บาท และเพิ่มทีละ 100 บาท
- จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน โดยบุคคลธรรมดาถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 15 ของดอกเบี้ย
- รุ่นนั้นให้ดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 3.00 ต่อปี (อายุ 5 ปี) และร้อยละ 3.40 ต่อปี (อายุ 10 ปี)
อัตราดอกเบี้ยเปลี่ยนไปในแต่ละรุ่น เช่น หน้าประกาศการจำหน่ายล่าสุดของธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า พันธบัตรรัฐบาลรุ่น "ออมพลัส" ปีงบประมาณ 2569 ครั้งที่ 2 (จำหน่ายเดือนกันยายน 2569) ให้ดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 1.80 ต่อปีสำหรับรุ่น 3 ปี และร้อยละ 2.80 ต่อปีสำหรับรุ่น 10 ปี ดังนั้นก่อนซื้อทุกครั้งต้องอ่านเงื่อนไขของรุ่นนั้นๆ ให้ละเอียด
ตัวอย่างคิดเลข (สมมติ)
สมมติว่าเราซื้อพันธบัตรมูลค่า 10,000 บาท ดอกเบี้ย 3% ต่อปี ดอกเบี้ยทั้งปีก่อนภาษีคือ 300 บาท เมื่อถูกหักภาษี 15% จะเหลือประมาณ 255 บาทต่อปี ถ้าจ่ายทุก 3 เดือนก็ตกงวดละประมาณ 64 บาท และเมื่อครบกำหนดก็ได้เงินต้น 10,000 บาทคืน ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่างเพื่อฝึกคิด ไม่ใช่อัตราจริงของรุ่นใดรุ่นหนึ่ง
ความเสี่ยงของพันธบัตรที่ต้องรู้
หลายคนคิดว่าพันธบัตร "ไม่มีความเสี่ยง" ซึ่งไม่ถูกต้องนัก Investor.gov สรุปความเสี่ยงหลักไว้ดังนี้
- ความเสี่ยงด้านเครดิต ผู้ออกอาจจ่ายดอกเบี้ยหรือเงินต้นไม่ตรงเวลา หรือผิดนัดชำระ ThaiBMA อธิบายว่าความเสี่ยงนี้ขึ้นกับอันดับความน่าเชื่อถือของผู้ออก อันดับยิ่งสูงยิ่งมีโอกาสผิดนัดต่ำ
- ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย ถ้าถือจนครบกำหนดจะได้มูลค่าที่ตราไว้พร้อมดอกเบี้ย แต่ถ้าขายก่อนครบกำหนด ราคาอาจสูงหรือต่ำกว่ามูลค่าที่ตราไว้ เมื่อดอกเบี้ยในตลาดสูงขึ้น พันธบัตรรุ่นเก่าที่ดอกเบี้ยต่ำกว่าอาจต้องขายลดราคา
- ความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ ถ้าข้าวของแพงขึ้นเร็วกว่าดอกเบี้ยที่ได้ อำนาจซื้อของเงินเราก็ลดลง
- ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง อาจหาคนซื้อต่อไม่ได้ในเวลาที่ต้องการขาย
Investor.gov ยังอธิบายว่าหุ้นกู้ที่อันดับความน่าเชื่อถือต่ำมักให้ดอกเบี้ยสูงกว่า เพื่อชดเชยความเสี่ยงที่สูงกว่า นี่คือบทเรียนเดียวกับเรื่องความเสี่ยงกับผลตอบแทน ถ้าเจอข้อเสนอดอกเบี้ยสูงผิดปกติ ต้องถามก่อนเสมอว่า "ทำไมเขาต้องจ่ายเราแพงขนาดนี้" และศึกษาก่อนลงทุนทุกครั้ง
กิจกรรมทำที่บ้าน
- เกม "ใบยืมเงินของบ้าน" (6–9 ปี) ให้ลูกให้พ่อแม่ยืมเงินจากกระปุก 50 บาท เป็นเวลา 4 สัปดาห์ เขียนใบสัญญาง่ายๆ ระบุเงินต้น ดอกเบี้ย (เช่น สัปดาห์ละ 1 บาท) และวันคืนเงิน แล้วให้พ่อแม่จ่าย "คูปอง" ตรงเวลาทุกสัปดาห์ ครบกำหนดก็คืนเงินต้น ลูกจะเห็นภาพพันธบัตรชัดเจน
- ผู้ยืมสองแบบ (8–12 ปี) สร้างตัวละครสองตัว คนหนึ่งคืนเงินตรงเวลาเสมอ อีกคนเคยคืนช้า ถามลูกว่าจะคิดดอกเบี้ยแต่ละคนเท่าไร แล้วโยงไปถึงเรื่องอันดับความน่าเชื่อถือ
- อ่านเอกสารจริงด้วยกัน (10–13 ปี) เปิดเอกสาร "รู้ก่อนซื้อ" หรือหนังสือชี้ชวนพันธบัตรออมทรัพย์รุ่นล่าสุด ให้ลูกหาคำตอบ 5 ข้อ ได้แก่ ผู้ออกคือใคร อายุกี่ปี ดอกเบี้ยเท่าไร จ่ายดอกเบี้ยทุกกี่เดือน ใครซื้อได้บ้าง
- ดอกเบี้ยชนะเงินเฟ้อไหม (14–18 ปี) ให้วัยรุ่นเทียบอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรุ่นหนึ่งกับอัตราเงินเฟ้อล่าสุดจากแหล่งทางการ แล้วคำนวณว่าหลังหักภาษี 15% ผลตอบแทนที่แท้จริงเหลือเท่าไร
สรุปสั้นๆ
- ซื้อพันธบัตรหรือหุ้นกู้ = ให้รัฐบาลหรือบริษัทยืมเงิน เราเป็น "เจ้าหนี้" ไม่ใช่เจ้าของ
- ผลตอบแทนหลักคือดอกเบี้ยเป็นงวดๆ และเงินต้นคืนเมื่อครบกำหนด
- พันธบัตรออมทรัพย์ในไทยบางรุ่นเริ่มซื้อได้ 100 บาท ผู้อายุ 15–19 ปีต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม เงื่อนไขเปลี่ยนตามรุ่น
- พันธบัตรก็มีความเสี่ยง ทั้งด้านเครดิต ดอกเบี้ย เงินเฟ้อ และสภาพคล่อง
- ดอกเบี้ยสูงผิดปกติมักแลกมากับความเสี่ยงที่สูงขึ้น ศึกษาก่อนลงทุนเสมอ
แหล่งอ้างอิง
- มารู้จักกับพันธบัตร ตราสารหนี้ หุ้นกู้ (Bond Basic 101) — สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA)
- Bonds - FAQs — Investor.gov (U.S. SEC)
- รู้ก่อนซื้อพันธบัตรออมทรัพย์บนวอลเล็ต สบม. ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ครั้งที่ 1 — ธนาคารแห่งประเทศไทย
- การออกจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ล่าสุด — ธนาคารแห่งประเทศไทย
บทความนี้จัดทำเพื่อการเรียนรู้ของครอบครัว ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุนเฉพาะบุคคล ข้อมูลและกฎเกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
この記事は役に立ちましたか?
コメント 0
ログイン または コミュニティに無料登録 してコメントしましょう