ทองคำ ที่ดิน และสินทรัพย์อื่นๆ: เล่าให้เด็กฟังแบบเข้าใจง่าย

👁 1 回 ❤️ 0 💬 0 ↗️ 0 シェア

🌐 この記事はタイ語で書かれています。

ในบ้านคนไทยหลายบ้าน สินทรัพย์ชิ้นแรกที่เด็กได้รับอาจไม่ใช่หุ้นหรือกองทุน แต่เป็นสร้อยทองวันเกิดจากคุณยาย หรือได้ยินผู้ใหญ่คุยกันว่า "ซื้อที่ดินไว้ ไม่มีวันขาดทุน" คำพูดเหล่านี้มีทั้งส่วนที่จริงและส่วนที่ต้องระวัง

การสอนลูกเรื่องสินทรัพย์หลายประเภทช่วยให้เขาเห็นว่า การลงทุนไม่ได้มีแค่ตลาดหุ้น และที่สำคัญกว่านั้น คือช่วยให้ถามคำถามที่ถูกต้องกับทุกสินทรัพย์ ได้แก่ "มันทำเงินให้เราจากไหน" "ต้องจ่ายอะไรบ้าง" และ "ถ้าอยากขาย ขายได้เร็วแค่ไหน"

บทความนี้จะพาไปรู้จักทองคำ ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงสินทรัพย์อื่นๆ แบบเข้าใจง่าย พร้อมกิจกรรมสำรวจของจริงรอบตัว

คำถามแรกของทุกสินทรัพย์: เงินมาจากไหน

ก่อนดูสินทรัพย์ทีละชนิด ลองแบ่งให้ลูกเห็นภาพสองแบบ

  • สินทรัพย์ที่สร้างกระแสเงินสด เช่น บ้านให้เช่า (ได้ค่าเช่า) พันธบัตร (ได้ดอกเบี้ย) หุ้นบางตัว (อาจได้เงินปันผล)
  • สินทรัพย์ที่ได้ผลตอบแทนจากราคาที่เปลี่ยนเป็นหลัก เช่น ทองคำ หรือที่ดินเปล่าที่ไม่ได้ทำประโยชน์ เราได้กำไรเมื่อขายได้ราคาสูงกว่าที่ซื้อเท่านั้น

ทั้งสองแบบไม่ได้ดีหรือแย่กว่ากัน แต่แบบที่สองพึ่งพา "คนที่จะมาซื้อต่อในอนาคต" มากกว่า จึงควรเข้าใจความผันผวนให้ดี

ทองคำ: ของมีค่าที่ราคาก็ขึ้นลงได้

SET Investnow ของตลาดหลักทรัพย์ฯ อธิบายว่าการลงทุนทองคำทำได้หลายรูปแบบ ได้แก่ ทองคำแท่ง ทองรูปพรรณ กองทุนรวมทองคำ Gold ETF และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองคำ (Gold Futures) แต่ละแบบมีต้นทุนและความเสี่ยงต่างกัน

ทองคำมักถูกเรียกว่า "สินทรัพย์ปลอดภัย" แต่หน่วยงานกำกับดูแลเตือนให้ระวังคำนี้

  • FINRA ระบุว่าราคาโลหะมีค่าขึ้นลงได้เหมือนการลงทุนอื่น และบางครั้งผันผวนค่อนข้างมาก แม้จะถูกโฆษณาว่าช่วยรักษามูลค่าในยามวิกฤต ก็ไม่ได้แปลว่าราคาจะไม่ลดลง
  • คณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าล่วงหน้าของสหรัฐฯ (CFTC) ออกคำเตือนชื่อ "Gold Is No Safe Investment" ระบุว่าทองคำและโลหะมีค่าผันผวนสูง และผลในอดีตไม่ใช่ตัวทำนายผลในอนาคตที่ดี
  • FINRA ยังเตือนเรื่องค่าใช้จ่ายแฝง เช่น ค่าธรรมเนียมเปิดบัญชี ค่านายหน้า ค่าเก็บรักษา และแนะนำให้ถามว่าต้องได้ผลตอบแทนเท่าไรจึงจะคุ้มทุน

สำหรับทองรูปพรรณ สิ่งที่เด็กควรรู้คือเราซื้อทั้ง "ทอง" และ "ค่าแรงทำเป็นเครื่องประดับ" ในคราวเดียว ลองพาลูกไปดูป้ายราคาที่ร้านทองจะเห็นว่ามีทั้งราคารับซื้อและราคาขายออก ซึ่งไม่เท่ากัน ส่วนต่างนั้นคือต้นทุนของเราทันทีที่ซื้อ

CFTC ยังเตือนให้ระวังข้อเสนอที่เร่งให้ตัดสินใจทันที อ้างผลตอบแทนสูงแต่เสี่ยงต่ำ หรือบอกว่าจะเก็บทองไว้ให้โดยที่เรามองไม่เห็นของจริง ซึ่งเป็นรูปแบบกลโกงที่พบบ่อย

ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์: ใหญ่ มั่นคง แต่ขายยาก

ที่ดินและบ้านเป็นสินทรัพย์ที่จับต้องได้ และหลายครอบครัวภูมิใจที่ได้ถือครอง แต่ข้อที่ต้องสอนลูกให้ครบคือ

  • ใช้เงินก้อนใหญ่ ทำให้กระจายความเสี่ยงได้ยาก เงินส่วนใหญ่ของครอบครัวอาจไปกองอยู่ที่เดียว
  • สภาพคล่องต่ำ ถ้าต้องการเงินด่วน การขายที่ดินให้ได้ราคาดีอาจใช้เวลานาน
  • มีค่าใช้จ่ายระหว่างถือครอง เช่น ค่าดูแล ซ่อมแซม ภาษีและค่าธรรมเนียมต่างๆ ตามกฎหมาย (อัตราจริงควรตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง)

อีกทาง: ถือ "ชิ้นเล็กๆ" ของอสังหาริมทรัพย์

Investor.gov ของ SEC สหรัฐฯ อธิบายว่า REIT (ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์) เปิดให้บุคคลทั่วไปมีส่วนในรายได้จากอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ เช่น อาคารสำนักงาน ห้าง อพาร์ตเมนต์ โรงแรม หรือคลังสินค้า โดยไม่ต้องซื้ออาคารทั้งหลังเอง แต่ก็เตือนว่า REIT ที่ไม่ได้ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์มีความเสี่ยงพิเศษ ทั้งขายยาก ประเมินมูลค่ายาก และอาจจ่ายเงินปันผลจากเงินระดมทุนหรือเงินกู้แทนรายได้จริง

สินทรัพย์อื่นๆ ที่เด็กอาจได้ยิน

  • สินค้าโภคภัณฑ์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า Investor.gov อธิบายว่าสัญญาซื้อขายล่วงหน้าคือข้อตกลงซื้อหรือขายสินค้า เช่น โลหะหรือธัญพืช ในราคาและวันที่กำหนด และหน่วยงานกำกับของสหรัฐฯ เตือนว่าข้อเสนอผลตอบแทนสูงในตลาดนี้เป็นพื้นที่ที่พบการฉ้อโกงบ่อย เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ที่มีความรู้เฉพาะ ไม่เหมาะกับมือใหม่
  • ของสะสม เช่น การ์ด ของเล่นรุ่นพิเศษ แสตมป์ มูลค่าขึ้นกับความนิยม ซึ่งเปลี่ยนเร็วและคาดเดายาก ควรสะสมเพราะชอบ มากกว่าหวังรวย
  • คริปโทเคอร์เรนซี เป็นเรื่องที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เราจะคุยแยกในบทความของหมวดรู้ทันเงิน

กิจกรรมทำที่บ้าน

  1. ร้านทองสองราคา (7–12 ปี) พาลูกไปดูป้ายราคาที่ร้านทองหรือดูประกาศราคาทองประจำวัน จดราคารับซื้อและขายออกของทองแท่ง แล้วคำนวณส่วนต่าง ถามลูกว่า ถ้าซื้อวันนี้แล้วขายคืนทันทีจะได้เงินคืนเท่าไร
  2. การ์ดสินทรัพย์ (8–13 ปี) ทำการ์ดสินทรัพย์ 6 ใบ (เงินฝาก พันธบัตร หุ้น กองทุน ทองคำ ที่ดิน) ให้ลูกเขียนหลังการ์ดสามข้อ ได้แก่ เงินมาจากไหน ต้องจ่ายอะไร ขายได้เร็วแค่ไหน แล้วเรียงจากขายง่ายไปขายยาก
  3. สำรวจที่ดินรอบบ้าน (10–15 ปี) เดินหรือปั่นจักรยานรอบชุมชน จดว่าที่ดินแต่ละแปลงถูกใช้ทำอะไร (ให้เช่า ทำสวน ปล่อยว่าง) แล้วคุยว่าแบบไหนสร้างรายได้ระหว่างถือ แบบไหนรอขายอย่างเดียว
  4. จับผิดโฆษณา (13–18 ปี) ให้วัยรุ่นหาโฆษณาชวนลงทุนทองหรืออสังหาริมทรัพย์ทางออนไลน์ แล้วตรวจกับรายการสัญญาณอันตรายของ CFTC เช่น เร่งให้ตัดสินใจ อ้างผลตอบแทนสูงเสี่ยงต่ำ

สรุปสั้นๆ

  • ถามทุกสินทรัพย์ 3 ข้อ: เงินมาจากไหน ต้องจ่ายอะไร และขายได้เร็วแค่ไหน
  • ทองคำมีหลายรูปแบบ ราคาผันผวนได้มาก และมีต้นทุนแฝง ไม่ใช่ "ปลอดภัย 100%"
  • ที่ดินใช้เงินก้อนใหญ่ ขายยาก และมีค่าใช้จ่ายระหว่างถือ
  • REIT เป็นวิธีมีส่วนในอสังหาริมทรัพย์ด้วยเงินน้อยกว่า แต่ต้องดูว่าซื้อขายในตลาดหรือไม่
  • ระวังข้อเสนอเร่งรัดหรืออ้างผลตอบแทนสูงเสี่ยงต่ำ ศึกษาก่อนลงทุนเสมอ

แหล่งอ้างอิง

  1. 4 Tips to Know Before Buying Physical Precious Metals — FINRA
  2. Gold Is No Safe Investment — U.S. Commodity Futures Trading Commission (CFTC)
  3. Real Estate Investment Trusts (REITs) — Investor.gov (U.S. SEC)
  4. Commodities — Investor.gov (U.S. SEC)
  5. ทำไมต้องลงทุนทองคำ — SET Investnow ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

บทความนี้จัดทำเพื่อการเรียนรู้ของครอบครัว ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุนเฉพาะบุคคล ข้อมูลและกฎเกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

この記事は役に立ちましたか?

コメント 0

← すべて見る: 記事

続きを読む

関連記事

記事投資

กอช. (กองทุนการออมแห่งชาติ): ทางเลือกออมระยะยาวสำหรับวัยรุ่น

กอช. เปิดให้คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปที่ไม่อยู่ในระบบสวัสดิการอื่นออมเพื่อบำนาญ วัยรุ่นอายุ 15–30 ปีได้เงินสมทบจากรัฐ 50% ดูเงื่อนไขและข้อควรรู้ก่อนสมัคร

記事投資

เด็กและวัยรุ่นลงทุนได้ไหมในประเทศไทย: เรื่องผู้เยาว์ที่พ่อแม่ต้องรู้

กฎหมายไทยถือว่าอายุต่ำกว่า 20 ปีเป็นผู้เยาว์ การทำนิติกรรมรวมถึงเปิดบัญชีลงทุนจึงต้องมีความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม ดูหลักกฎหมายและทางเลือกของครอบครัว

記事投資

เวลาคือเพื่อนแท้ของนักลงทุนตัวน้อย: ทำไมเริ่มเร็วได้เปรียบ

เด็กอาจมีเงินน้อยกว่าผู้ใหญ่ แต่มีสิ่งที่ผู้ใหญ่ซื้อคืนไม่ได้ นั่นคือเวลา ดูตัวอย่างตัวเลขว่าการเริ่มเร็วสร้างความต่างได้แค่ไหน และข้อควรระวัง