ความเสี่ยงกับผลตอบแทน: ทำไมผลตอบแทนสูงมักมาพร้อมความเสี่ยงสูง

👁 1 回 ❤️ 0 💬 0 ↗️ 0 シェア

🌐 この記事はタイ語で書かれています。

ถ้ามีคนมาบอกลูกว่า "ลงทุนกับพี่ ได้กำไรเยอะมาก ไม่มีความเสี่ยงเลย" ลูกควรคิดอย่างไร ประโยคนี้ฟังดูน่าสนใจ แต่ขัดกับหลักการพื้นฐานที่สุดข้อหนึ่งของโลกการเงิน นั่นคือ ความเสี่ยงกับผลตอบแทนมักมาคู่กัน

การเข้าใจหลักข้อนี้ช่วยลูกได้สองทาง ทางแรก ช่วยให้เลือกที่เก็บเงินได้เหมาะกับเป้าหมาย ทางที่สอง ซึ่งสำคัญไม่แพ้กัน คือเป็นเกราะป้องกันการถูกหลอกลงทุน บทความนี้จะอธิบายเรื่องความเสี่ยงให้เข้าใจง่าย โดยอ้างอิงจากสื่อความรู้ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและ ก.ล.ต. สหรัฐฯ

ความเสี่ยงคืออะไร

Investor.gov ของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ นิยามว่า ในทางการเงิน ความเสี่ยงคือ ระดับความไม่แน่นอน และ/หรือโอกาสที่จะสูญเสียเงิน จากการตัดสินใจลงทุน และระบุว่าการลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยงไม่มากก็น้อย

สำหรับเด็กเล็ก อธิบายได้ว่า ความเสี่ยงคือ "สิ่งที่อาจไม่เป็นไปตามที่เราหวัง" เหมือนการปลูกผักที่เราไม่รู้แน่ว่าฝนจะตกพอไหม หรือแมลงจะมากินหรือเปล่า

ทำไมผลตอบแทนสูงต้องมาพร้อมความเสี่ยงสูง

Investor.gov อธิบายว่า โดยทั่วไปเมื่อความเสี่ยงของการลงทุนสูงขึ้น นักลงทุนก็จะต้องการผลตอบแทนที่สูงขึ้นเพื่อชดเชยความเสี่ยงนั้น ลองคิดง่ายๆ ถ้าสองทางเลือกให้ผลตอบแทนเท่ากัน ใครจะอยากเลือกทางที่เสี่ยงกว่า ทางที่เสี่ยงกว่าจึงต้อง "เสนอ" โอกาสได้ผลตอบแทนมากกว่าเพื่อดึงดูดคน

สื่อการสอนของ Investor.gov เรียงลำดับไว้ให้เห็นภาพ

  • เงินออม (เช่น บัญชีเงินฝาก): ปลอดภัยสูงและถอนได้ง่าย แต่ดอกเบี้ยมักต่ำกว่าการลงทุน
  • พันธบัตร: โดยทั่วไปผลตอบแทนและความเสี่ยงสูงกว่าเงินออม แต่ต่ำกว่าหุ้น
  • หุ้น: ในหลายทศวรรษที่ผ่านมาเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงสุด แต่ไม่มีการรับประกันกำไร จึงเป็นหนึ่งในการลงทุนที่เสี่ยงที่สุด

และสรุปไว้ในประโยคเดียวว่า "ยิ่งมีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงเท่าไร ความเสี่ยงก็ยิ่งสูงเท่านั้น"

แต่เสี่ยงสูงไม่ได้แปลว่าจะได้ผลตอบแทนสูงเสมอ

บทความของ SET Investnow ย้ำจุดที่หลายคนเข้าใจผิดว่า แม้ความเสี่ยงและผลตอบแทนจะสัมพันธ์กัน แต่ ไม่มีการรับประกัน ว่าการลงทุนที่เสี่ยงสูงจะให้ผลตอบแทนสูงเสมอไป ความเสี่ยงสูงหมายถึงผลลัพธ์กว้างกว่า อาจได้มาก หรืออาจเสียมากก็ได้ เวลาตัดสินใจลงทุนจึงต้องถามทั้งสองคำถามเสมอ: "ถ้าดี จะได้เท่าไร" และ "ถ้าแย่ จะเสียได้มากแค่ไหน"

ความเสี่ยงมีหลายหน้าตา

SET Investnow แบ่งความเสี่ยงในการลงทุนไว้หลายประเภท ตัวอย่างที่เล่าให้ลูกฟังได้

  • ความเสี่ยงจากตลาด: เมื่อภาวะตลาดโดยรวมเปลี่ยน ราคาสินทรัพย์ก็ขึ้นลงตาม
  • ความเสี่ยงทางธุรกิจ: ธุรกิจที่เราลงทุนอาจขายของไม่ได้หรือบริหารผิดพลาด
  • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง: อยากขายแต่ขายไม่ได้ หรือขายไม่ได้ในราคาที่ต้องการ
  • ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย: เมื่อดอกเบี้ยเปลี่ยน มูลค่าของการลงทุนบางอย่างก็เปลี่ยน
  • ความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ: ผลตอบแทนโตช้ากว่าราคาสินค้า อำนาจซื้อจึงลดลง
  • ความเสี่ยงจากเหตุการณ์คาดไม่ถึง: เช่น การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หรือภัยธรรมชาติ

Investor.gov ยกตัวอย่างความผันผวนไว้ว่า หุ้นของบริษัทขนาดใหญ่โดยรวมขาดทุนโดยเฉลี่ยประมาณ 1 ปีในทุก 3 ปี แม้บริษัทจะไม่ได้ใกล้ล้มละลาย นี่คือเหตุผลที่เงินที่ต้องใช้เร็วๆ ไม่ควรอยู่ในสินทรัพย์ที่ขึ้นลงแรง

รู้จักความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้

Investor.gov อธิบายว่า "ความเสี่ยงที่รับได้" คือทั้งความสามารถและความเต็มใจที่จะยอมเสียเงินบางส่วนหรือทั้งหมด เพื่อแลกกับโอกาสได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น และระยะเวลาการลงทุนก็สำคัญ ผู้ที่มีเวลายาวอาจรับการลงทุนที่ผันผวนกว่าได้ ส่วนผู้ที่ต้องใช้เงินในเวลาอันสั้นมักเลือกการลงทุนที่ผันผวนน้อยกว่า

ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีแบบทดสอบระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (TSI Risk Profile) 10 ข้อ ให้ลองทำด้วยตัวเอง โดยระบุว่าผลลัพธ์เป็นเพียงแนวทางคร่าวๆ ณ ขณะหนึ่ง พ่อแม่อาจลองทำแล้วชวนวัยรุ่นคุยว่าแต่ละคำถามต้องการรู้อะไร

สัญญาณอันตราย: "ผลตอบแทนสูง ไม่มีความเสี่ยง"

เมื่อเข้าใจหลักนี้แล้ว ลูกจะรู้ทันทีว่าข้อเสนอที่อ้างว่าได้ผลตอบแทนสูงมากโดยไม่มีความเสี่ยง ขัดกับหลักพื้นฐาน ควรหยุดคิด ปรึกษาผู้ใหญ่ และตรวจสอบกับหน่วยงานกำกับดูแลอย่าง ก.ล.ต. ก่อนเสมอ

กิจกรรมทำที่บ้าน

1. เกมเลือกกล่อง (เหมาะกับ 6–9 ปี)

  1. เตรียมกล่อง 2 ใบ กล่อง A มีขนม 2 ชิ้นแน่นอน กล่อง B ให้ทอยลูกเต๋า ได้ 1–3 ได้ 0 ชิ้น ได้ 4–6 ได้ 5 ชิ้น
  2. ให้ลูกเลือกหลายรอบ และจดผลไว้
  3. คุยกันว่า กล่องไหนแน่นอนกว่า กล่องไหนมีโอกาสได้มากกว่า ถ้าหิวมากตอนนี้จะเลือกกล่องไหน

2. บันไดความเสี่ยง (เหมาะกับ 10–13 ปี)

  1. เขียนชื่อที่เก็บเงินลงการ์ด: กระปุก บัญชีออมทรัพย์ ฝากประจำ พันธบัตร กองทุนรวม หุ้น
  2. ให้ลูกเรียงจากเสี่ยงน้อยไปมาก และเดาว่าผลตอบแทนคาดหวังเรียงแบบเดียวกันไหม
  3. หาข้อมูลเพิ่มจากแหล่งความรู้ของตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้วปรับลำดับร่วมกัน

3. จับผิดโฆษณา (เหมาะกับ 14–18 ปี)

  1. ให้วัยรุ่นรวบรวมโฆษณาชวนลงทุนจากโซเชียล 3–5 ชิ้น
  2. ตรวจว่าแต่ละชิ้นบอกความเสี่ยงไว้หรือไม่ สัญญาผลตอบแทนแน่นอนหรือเปล่า
  3. ลองทำแบบทดสอบ TSI Risk Profile แล้วเขียนสะท้อนว่าตัวเองรับความเสี่ยงได้ระดับไหน เพราะอะไร

สรุปสั้นๆ

  • ความเสี่ยงคือความไม่แน่นอนและโอกาสที่จะเสียเงิน การลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยง
  • ผลตอบแทนที่คาดหวังสูงมักมาพร้อมความเสี่ยงสูง แต่เสี่ยงสูงไม่ได้รับประกันผลตอบแทนสูง
  • ความเสี่ยงมีหลายแบบ ทั้งตลาด ธุรกิจ สภาพคล่อง ดอกเบี้ย เงินเฟ้อ และเหตุไม่คาดฝัน
  • ข้อเสนอ "ผลตอบแทนสูง ไม่มีความเสี่ยง" คือสัญญาณเตือน ต้องศึกษาและตรวจสอบก่อนเสมอ

แหล่งอ้างอิง

  1. What is Risk? — Investor.gov (U.S. SEC)
  2. Risk and return — Investor.gov (U.S. SEC)
  3. รู้ทัน... ความเสี่ยงในการลงทุน — SET Investnow ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  4. Asset Allocation and Diversification — Investor.gov (U.S. SEC)
  5. แบบทดสอบระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ TSI Risk Profile — ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

บทความนี้จัดทำเพื่อการเรียนรู้ของครอบครัว ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุนเฉพาะบุคคล ข้อมูลและกฎเกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

この記事は役に立ちましたか?

コメント 0

← すべて見る: 記事

続きを読む

関連記事

記事投資

ทองคำ ที่ดิน และสินทรัพย์อื่นๆ: เล่าให้เด็กฟังแบบเข้าใจง่าย

นอกจากหุ้น พันธบัตร และกองทุน ยังมีทองคำ ที่ดิน และสินทรัพย์อื่นๆ มาดูว่าแต่ละอย่างสร้างผลตอบแทนอย่างไร มีต้นทุนและความเสี่ยงอะไรที่เด็กควรรู้

記事投資

กอช. (กองทุนการออมแห่งชาติ): ทางเลือกออมระยะยาวสำหรับวัยรุ่น

กอช. เปิดให้คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปที่ไม่อยู่ในระบบสวัสดิการอื่นออมเพื่อบำนาญ วัยรุ่นอายุ 15–30 ปีได้เงินสมทบจากรัฐ 50% ดูเงื่อนไขและข้อควรรู้ก่อนสมัคร

記事投資

เด็กและวัยรุ่นลงทุนได้ไหมในประเทศไทย: เรื่องผู้เยาว์ที่พ่อแม่ต้องรู้

กฎหมายไทยถือว่าอายุต่ำกว่า 20 ปีเป็นผู้เยาว์ การทำนิติกรรมรวมถึงเปิดบัญชีลงทุนจึงต้องมีความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม ดูหลักกฎหมายและทางเลือกของครอบครัว