ดอกเบี้ยคืออะไร และดอกเบี้ยทบต้นทำงานอย่างไร
👁 1 ครั้ง ❤️ 0 💬 0 ↗️ 0 แชร์
ลองถามลูกว่า "ถ้าหนูให้เพื่อนยืมจักรยานไปใช้ทั้งเดือน หนูอยากได้อะไรตอบแทนไหม" เด็กส่วนใหญ่จะตอบว่า "อยากได้ค่าเช่า" นั่นแหละคือหัวใจของดอกเบี้ย เงินก็เหมือนจักรยาน เมื่อเราให้คนอื่นยืมไปใช้ เราควรได้ค่าตอบแทน และเมื่อเรายืมเงินคนอื่น เราก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนเช่นกัน
ความเข้าใจเรื่องดอกเบี้ยเป็นพื้นฐานของเกือบทุกเรื่องการเงินที่ลูกจะเจอในอนาคต ตั้งแต่บัญชีออมทรัพย์ เงินกู้เรียน ไปจนถึงบัตรเครดิต และเมื่อเข้าใจ "ดอกเบี้ยทบต้น" ลูกจะเห็นเองว่าทำไมการเริ่มออมเร็วถึงได้เปรียบ
ดอกเบี้ยคืออะไร: ค่าเช่าของเงิน
เมื่อเราฝากเงินกับธนาคาร ธนาคารนำเงินนั้นไปปล่อยกู้ให้คนอื่นหรือธุรกิจ ธนาคารจึงจ่าย "ค่าเช่า" ให้เราเป็นดอกเบี้ย ในทางกลับกัน เมื่อเรากู้เงิน เราก็ต้องจ่ายดอกเบี้ยให้ผู้ให้กู้
คำศัพท์ที่ควรสอนลูก
- เงินต้น: เงินที่เราฝากหรือกู้ตั้งแต่แรก
- อัตราดอกเบี้ย: มักบอกเป็นเปอร์เซ็นต์ต่อปี เช่น 2% ต่อปี หมายความว่าเงินต้น 100 บาท ได้ดอกเบี้ยประมาณ 2 บาทใน 1 ปี
- ระยะเวลา: ยิ่งฝากนาน ดอกเบี้ยยิ่งสะสมมาก
ดอกเบี้ยทบต้น: ดอกเบี้ยที่ออกลูกออกหลาน
เว็บไซต์ Investor.gov ของคณะกรรมการ ก.ล.ต. สหรัฐฯ อธิบายสั้นๆ ว่า ดอกเบี้ยทบต้นคือ "ดอกเบี้ยที่งอกจากดอกเบี้ย" และยกตัวอย่างว่า ถ้ามีเงิน 100 ดอลลาร์ ได้ดอกเบี้ย 5% ต่อปี
- สิ้นปีที่ 1 จะมี 105 ดอลลาร์
- สิ้นปีที่ 2 จะมี 110.25 ดอลลาร์ ไม่ใช่แค่ 110 เพราะนอกจากได้ 5 ดอลลาร์จากเงินต้นแล้ว ยังได้อีก 0.25 ดอลลาร์จากดอกเบี้ย 5 ดอลลาร์ของปีแรก
- ถ้าไม่เติมเงินเลย 10 ปีจะมีมากกว่า 162 ดอลลาร์ และ 25 ปีจะมีเกือบ 340 ดอลลาร์
สังเกตว่าในช่วงแรก ส่วนที่งอกจากดอกเบี้ยดูเล็กมาก แค่ 25 เซนต์ แต่ยิ่งเวลาผ่านไป ส่วนนี้ก็ยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เหมือนก้อนหิมะที่กลิ้งลงเขา ศูนย์คุ้มครองผู้บริโภคด้านการเงินของสหรัฐฯ (CFPB) สรุปวิธีทำให้เงินออมโตเร็วขึ้นไว้ 3 ทาง คือ หาอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น เพิ่มเงินต้น และให้ดอกเบี้ยทบต้นบ่อยขึ้น
3 ปัจจัยที่ทำให้เงินออมโตเร็วขึ้น อธิบายให้ลูกฟัง
- อัตราดอกเบี้ย: เหมือนปุ๋ย ยิ่งดี ต้นไม้ยิ่งโตเร็ว แต่ต้องระวังว่าที่ที่ให้ผลตอบแทนสูงมากมักมีความเสี่ยงมากตามไปด้วย
- เงินต้น: เหมือนจำนวนเมล็ดที่ปลูก ยิ่งหยอดกระปุกหรือฝากเพิ่มสม่ำเสมอ ฐานที่ใช้คิดดอกเบี้ยก็ยิ่งใหญ่ขึ้น
- ความถี่ของการทบต้น: ยิ่งนำดอกเบี้ยมารวมเป็นเงินต้นบ่อย ดอกเบี้ยก็ยิ่งเริ่มออกดอกเร็วขึ้น
และยังมีปัจจัยที่สี่ที่ไม่ต้องใช้เงินเลย คือ เวลา ยิ่งเริ่มเร็วและปล่อยให้เงินทำงานนาน ผลของดอกเบี้ยทบต้นยิ่งชัด (ลองดูวิธีคิดในใจแบบง่ายๆ ได้ในบทความเรื่องกฎ 72)
เทียบกับดอกเบี้ยแบบไม่ทบต้น
สมมติว่าลูกฝาก 1,000 บาท ได้ดอกเบี้ย 5% ต่อปี (ตัวเลขสมมติเพื่อให้คิดง่าย ไม่ใช่อัตราจริงของธนาคาร) ถ้าดอกเบี้ยคิดจากเงินต้นอย่างเดียว ปีละ 50 บาทเท่าเดิม ผ่านไป 10 ปีจะมี 1,500 บาท แต่ถ้าดอกเบี้ยทบต้นทุกปี ผ่านไป 10 ปีจะมีประมาณ 1,629 บาท ส่วนต่างเกือบ 130 บาทนั้นคือ "ดอกเบี้ยของดอกเบี้ย" ล้วนๆ
ดอกเบี้ยเงินฝากในไทยคิดอย่างไร
บัญชีออมทรัพย์
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อธิบายว่าดอกเบี้ยออมทรัพย์โดยทั่วไปคำนวณเป็นรายวัน แต่จ่ายเข้าบัญชีปีละ 2 ครั้ง ในเดือนมิถุนายนและธันวาคม และดอกเบี้ยที่ได้รับแต่ละงวดจะรวมเข้าเป็นเงินต้นเพื่อคิดดอกเบี้ยงวดต่อไป นี่คือดอกเบี้ยทบต้นที่เกิดขึ้นจริงในบัญชีของเรา ธปท. ยกตัวอย่างว่า ฝาก 10,000 บาท อัตรา 2% ต่อปี จะได้ดอกเบี้ยทั้งปีประมาณ 200.45 บาท ซึ่งมากกว่า 200 บาทเล็กน้อยเพราะดอกเบี้ยงวดแรกถูกนำไปทบในงวดที่สอง
เรื่องภาษี: ธปท. ระบุว่าหากดอกเบี้ยออมทรัพย์เกิน 20,000 บาทต่อปี จะมีภาระภาษี และถ้ามีบัญชีออมทรัพย์หลายธนาคารรวมกันแล้วดอกเบี้ยเกินเกณฑ์นี้ ต้องแจ้งธนาคารเพื่อให้หักภาษี ณ ที่จ่าย 15% สำหรับบัญชีเด็กส่วนใหญ่ดอกเบี้ยจะยังไม่ถึงเกณฑ์นี้ แต่เป็นความรู้ที่ดีสำหรับวัยรุ่น
บัญชีฝากประจำ
ธปท. ระบุว่าดอกเบี้ยฝากประจำมักสูงกว่าออมทรัพย์ แต่ถ้าถอนก่อนครบกำหนดอาจได้ดอกเบี้ยต่ำลง และดอกเบี้ยถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% หากครบกำหนดแล้วไม่ถอน เงินมักถูกฝากต่อโดยอัตโนมัติด้วยอัตราดอกเบี้ย ณ ขณะนั้น (เว้นแต่ตกลงไว้เป็นอย่างอื่น)
อีกด้านของเหรียญ: ดอกเบี้ยทบต้นกับหนี้
ดอกเบี้ยทบต้นไม่ได้เป็นเพื่อนเราเสมอไป เมื่อเราเป็นหนี้แล้วไม่จ่าย ดอกเบี้ยก็สามารถงอกบนดอกเบี้ยค้างชำระได้เช่นกัน ทำให้หนี้โตเร็วกว่าที่คิด หลักง่ายๆ ที่ควรสอนลูกคือ "ดอกเบี้ยทบต้นทำงานให้คนออม แต่ทำงานใส่คนที่เป็นหนี้" (เรื่องหนี้ดี หนี้เสีย และบัตรเครดิต เราจะคุยกันละเอียดในบทความหมวดรู้ทันเงิน)
กิจกรรมทำที่บ้าน
1. ต้นไม้เงิน (เหมาะกับ 5–8 ปี)
- วาดต้นไม้บนกระดาษแผ่นใหญ่ ให้เหรียญ 10 เหรียญเป็น "เมล็ด" (เงินต้น)
- ทุกวันอาทิตย์ พ่อแม่ให้ "ดอกเบี้ย" เป็นสติกเกอร์ใบไม้ 1 ใบต่อทุก 10 เหรียญในกระปุก
- เมื่อสะสมใบไม้ครบ 10 ใบ แลกเป็นเหรียญจริง 1 เหรียญใส่กลับในกระปุก ลูกจะเห็นว่าเหรียญใหม่นั้นก็เริ่ม "ออกใบ" ได้ด้วย
2. แข่งเมล็ดถั่ว (เหมาะกับ 8–12 ปี)
- ให้ลูกกับพ่อแม่คนละ 10 เมล็ด เป็นเงินต้นเท่ากัน
- รอบละ 1 "ปี": ฝ่ายไม่ทบต้นได้เพิ่ม 1 เมล็ดทุกรอบ ฝ่ายทบต้นได้เพิ่ม 1 เมล็ดต่อทุก 10 เมล็ดที่มี (ปัดลง)
- เล่น 15–20 รอบ แล้วนับกันว่าใครมีมากกว่า และเริ่มแซงกันตอนรอบไหน
3. อ่านสมุดบัญชีจริง (เหมาะกับ 12–18 ปี)
- หลังเดือนมิถุนายนหรือธันวาคม ให้วัยรุ่นอัปเดตสมุดบัญชีหรือดูแอป หารายการดอกเบี้ย
- คำนวณย้อนกลับว่าดอกเบี้ยนั้นคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของยอดเงินโดยประมาณ
- ลองใช้ เครื่องคำนวณการออมบนเว็บของเรา ใส่ตัวเลขสมมติ ดูว่าถ้าออมต่อเนื่อง 10 ปีหรือ 20 ปี ผลจะต่างกันแค่ไหน
สรุปสั้นๆ
- ดอกเบี้ยคือค่าเช่าเงิน ฝากเงินได้ดอกเบี้ย กู้เงินต้องจ่ายดอกเบี้ย
- ดอกเบี้ยทบต้นคือดอกเบี้ยที่งอกจากดอกเบี้ย ยิ่งนานยิ่งเห็นผลชัด
- บัญชีออมทรัพย์ในไทยโดยทั่วไปคิดดอกเบี้ยรายวันและจ่ายปีละ 2 ครั้ง ดอกเบี้ยที่ได้จะทบเข้าเงินต้น
- ดอกเบี้ยทบต้นเป็นเพื่อนของคนออม แต่เป็นศัตรูของคนที่เป็นหนี้
แหล่งอ้างอิง
- What is compound interest? — Investor.gov (U.S. SEC)
- How does compound interest work? — Consumer Financial Protection Bureau
- ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ — ธนาคารแห่งประเทศไทย
- ดอกเบี้ยเงินฝากประจำ — ธนาคารแห่งประเทศไทย
บทความนี้จัดทำเพื่อการเรียนรู้ของครอบครัว ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุนเฉพาะบุคคล ข้อมูลและกฎเกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
บทความนี้มีประโยชน์ไหม?
ความคิดเห็น 0
เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกชุมชนฟรี เพื่อแสดงความคิดเห็น