ซื้อของในเกมและสกินเกม: ตั้งกติกาในบ้านอย่างไร

👁 1 ครั้ง ❤️ 0 💬 0 ↗️ 0 แชร์

"แม่ครับ ขอเติมเพชรแค่ 35 บาทเอง" ประโยคนี้อาจฟังดูไม่มีอะไร จนกระทั่งสิ้นเดือนเปิดดูรายการบัญชีแล้วพบว่า 35 บาทเกิดขึ้นสิบกว่าครั้ง การซื้อของในเกม (in-app purchase) ไม่ว่าจะเป็นสกินตัวละคร ชุดใหม่ บัตรผ่านซีซัน หรือกล่องสุ่ม กลายเป็นเรื่องที่แทบทุกบ้านที่มีเด็กเล่นเกมต้องเจอ

การห้ามเด็ดขาดอาจได้ผลระยะสั้น แต่ไม่ได้สอนอะไรลูก ขณะที่การปล่อยตามใจก็เสี่ยงทั้งเงินและนิสัย ทางสายกลางคือทำให้ลูกเข้าใจว่าเกมออกแบบมาให้เราจ่ายเงินอย่างไร แล้วตั้งกติกาที่ลูกมีส่วนร่วม บทความนี้รวบรวมบทเรียนจากหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคและงานวิจัยมาให้พ่อแม่ใช้คุยกับลูก

ทำไมเงินในเกมหายง่ายกว่าเงินจริง

สกุลเงินเสมือนทำให้ราคา "เบลอ"

เกมส่วนใหญ่ให้เราเอาเงินจริงไปแลกเป็นเพชรหรือเหรียญก่อน แล้วค่อยใช้ซื้อไอเทม ชั้นกลางนี้ทำให้สมองรู้สึกว่าไม่ได้ใช้ "เงิน" จริงๆ และแพ็กเพชรมักขายเป็นจำนวนที่ไม่ตรงกับราคาไอเทม ทำให้มีเพชรเหลือเศษจนต้องเติมเพิ่มอีก

การออกแบบที่ชักนำให้กดซื้อ

คณะกรรมการการค้าแห่งสหพันธรัฐสหรัฐฯ (FTC) ใช้คำว่า "dark patterns" เรียกการออกแบบที่หลอกล่อให้ผู้ใช้ทำสิ่งที่ไม่ได้ตั้งใจ ในปี 2566 FTC ออกคำสั่งให้ Epic Games ผู้พัฒนาเกม Fortnite จ่ายเงิน 245 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อคืนเงินให้ผู้บริโภค โดย FTC กล่าวหาว่าเกมมีการจัดวางปุ่มที่สับสนและไม่สม่ำเสมอ จนผู้เล่นเสียเงินจากการกดปุ่มเพียงครั้งเดียว เปิดให้เด็กซื้อของได้ง่ายโดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากพ่อแม่ และล็อกบัญชีของลูกค้าที่ไปโต้แย้งรายการเรียกเก็บเงินกับบริษัทบัตรเครดิต

บทเรียนจากร้านค้าแอป

ปัญหานี้ไม่ได้เพิ่งเกิด ในปี 2557 FTC ประกาศข้อตกลงให้ Apple คืนเงินผู้บริโภคอย่างน้อย 32.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพราะระบบเดิมเมื่อพ่อแม่ใส่รหัสผ่านอนุมัติการซื้อหนึ่งครั้ง จะเปิดช่วง 15 นาทีที่เด็กซื้อเพิ่มได้ไม่จำกัดโดยไม่ต้องใส่รหัสอีก ผู้ปกครองรายหนึ่งรายงานว่าลูกสาวใช้เงินไป 2,600 ดอลลาร์ในแอปเดียว

บทเรียนสำหรับพ่อแม่คือ ระบบเหล่านี้ถูกออกแบบโดยผู้ใหญ่ที่เชี่ยวชาญ ลำพังความตั้งใจของเด็กอาจสู้ไม่ไหว เราจึงต้องมีทั้ง "ความเข้าใจ" และ "ด่านกั้น"

กล่องสุ่ม: ทำไมต้องระวังเป็นพิเศษ

กล่องสุ่ม (loot box) คือไอเทมในเกมที่จ่ายเงินจริงซื้อได้ แต่ไม่รู้ว่าจะได้อะไร จนกว่าจะเปิด งานวิจัยของ Zendle และ Cairns ตีพิมพ์ในวารสาร PLOS ONE ปี 2561 สำรวจผู้เล่นเกม 7,422 คน พบว่า ยิ่งใช้เงินกับกล่องสุ่มมาก ยิ่งสัมพันธ์กับระดับปัญหาการพนันที่รุนแรงขึ้น และความสัมพันธ์นี้ชัดกว่าการซื้อไอเทมแบบอื่นในเกม

อย่างไรก็ตาม ผู้วิจัยระบุเองว่าข้อมูลแบบนี้บอกไม่ได้ว่าอะไรเป็นเหตุอะไรเป็นผล อาจเป็นไปได้ทั้งกล่องสุ่มชักนำไปสู่ปัญหาการพนัน หรือคนที่มีปัญหาการพนันอยู่แล้วชอบซื้อกล่องสุ่มมากกว่า แต่ไม่ว่าทางไหน กลไก "จ่ายเงินแล้วลุ้น" ก็คล้ายการพนันพอที่พ่อแม่ควรคุยกับลูกอย่างจริงจัง และอาจตั้งกติกาแยกสำหรับกล่องสุ่มโดยเฉพาะ

ตั้งกติกาในบ้านที่ลูกมีส่วนร่วม

  1. ใช้เงินของลูกเอง: ให้ซื้อของในเกมจากค่าขนมหรือเงินที่ลูกหามาได้ ไม่ใช่บัตรของพ่อแม่ เมื่อเป็นเงินของตัวเอง ลูกจะคิดมากขึ้นเอง
  2. ตั้งงบรายเดือน: ตกลงเพดาน เช่น ไม่เกินหนึ่งในสี่ของค่าขนมที่ใช้ได้ เมื่อหมดแล้วต้องรอเดือนหน้า
  3. แปลงเป็นเงินบาทเสมอ: ก่อนกดซื้อให้ลูกพูดออกมาว่า "สกินนี้ราคา ... บาท เท่ากับขนม ... ถุง"
  4. กฎรอ 48 ชั่วโมง: อยากได้อะไรให้จดไว้ก่อน ผ่านไปสองวันยังอยากได้ค่อยซื้อ
  5. กติกาพิเศษสำหรับกล่องสุ่ม: เช่น ไม่ซื้อเลย หรือซื้อได้เฉพาะเมื่อพ่อแม่นั่งดูด้วย
  6. ไม่ผูกบัตรไว้กับอุปกรณ์ของลูก และเปิดระบบอนุมัติการซื้อ

ตั้งค่าอนุมัติการซื้อบนมือถือ

  • Android: ในแอป Google Family Link พ่อแม่เลือกให้ต้องขออนุมัติการซื้อได้ 4 ระดับ คือ ทุกเนื้อหา เฉพาะเนื้อหาที่ต้องจ่ายเงิน เฉพาะการซื้อในแอป หรือไม่ต้องขออนุมัติ และผู้จัดการครอบครัวจะได้รับใบเสร็จทางอีเมลเมื่อมีการซื้อผ่านระบบของ Google Play
  • iPhone/iPad: ฟีเจอร์ Ask to Buy ใน Family Sharing ให้ผู้ปกครองอนุมัติหรือปฏิเสธคำขอดาวน์โหลดแอปและการซื้อในแอปของเด็ก

ด่านกั้นเหล่านี้ไม่ได้มีไว้จับผิด แต่เป็นจังหวะให้พ่อแม่กับลูกได้คุยกันก่อนเงินจะออกจากกระเป๋า

เข้าใจว่าลูกอยากได้เพราะอะไร

สำหรับเด็กหลายคน สกินไม่ใช่แค่ของสวย แต่เป็นเรื่องการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มเพื่อน การมีชุดเดียวกับเพื่อนหรือไอเทมหายากทำให้รู้สึกได้รับการยอมรับ ถ้าพ่อแม่มองแค่ว่า "เสียเงินกับของที่จับต้องไม่ได้" ลูกจะรู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจ ลองเริ่มจากถามว่า "ชอบอะไรในสกินนี้" "เพื่อนๆ มีกันเยอะไหม" แล้วค่อยชวนคิดต่อว่าจะได้มาด้วยวิธีไหนที่ไม่เกินงบ เช่น เก็บเงินเอง หรือเลือกไอเทมที่ได้จากการเล่นแทนการจ่ายเงิน การยอมรับความรู้สึกของลูกก่อนจะทำให้การตั้งกติกาเป็นไปอย่างร่วมมือ ไม่ใช่การต่อสู้

ถ้าลูกเผลอซื้อไปแล้ว

เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ให้ตั้งสติก่อนดุ ถามลูกว่ากดซื้อเพราะอะไร หน้าจอตอนนั้นเป็นอย่างไร หลายครั้งเราจะพบว่าลูกไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ซึ่งเป็นโอกาสดีที่จะชี้ให้ลูกเห็นกลไกของเกม จากนั้นลองติดต่อร้านค้าแอปตามช่องทางขอคืนเงินของแต่ละแพลตฟอร์ม ซึ่งมีเงื่อนไขต่างกัน และปรับกติกาบ้านไม่ให้เกิดซ้ำ

กิจกรรมทำที่บ้าน

เพชรเท่ากับกี่บาท (7–10 ปี)

  1. เปิดหน้าร้านค้าในเกมที่ลูกเล่น แล้วจดราคาแพ็กเพชรเป็นเงินบาท
  2. ช่วยกันคำนวณว่าเพชร 1 เม็ดเท่ากับกี่บาท แล้วแปลงราคาสกินที่ลูกอยากได้เป็นเงินบาท
  3. เทียบกับของจริง เช่น "สกินนี้เท่ากับไอศกรีม 6 แท่ง" ให้ลูกตัดสินใจว่าคุ้มไหม

นักสืบ dark patterns (10–14 ปี)

  1. ให้ลูกเล่นเกมตามปกติ 20 นาที แล้วจดทุกครั้งที่เกมชวนให้จ่ายเงิน
  2. จัดประเภท เช่น นับเวลาถอยหลัง "ข้อเสนอพิเศษเฉพาะวันนี้" ปุ่มซื้อสีสด ของที่เพื่อนมีแต่เรายังไม่มี
  3. คุยกันว่าเทคนิคไหนได้ผลกับลูกมากที่สุด และจะรับมืออย่างไร

สัญญางบเกมรายเดือน (12–18 ปี)

  1. ให้วัยรุ่นร่างสัญญางบซื้อของในเกมเอง: เพดานต่อเดือน กติกากล่องสุ่ม ผลที่ตามมาหากเกินงบ
  2. พ่อแม่และลูกเซ็นร่วมกัน ติดไว้ใกล้ที่เล่นเกม
  3. สิ้นเดือนทบทวนรายการซื้อ ถามว่ามีอะไรที่ซื้อแล้วเสียดายบ้าง

สรุปสั้นๆ

  • สกุลเงินเสมือนและการออกแบบที่ชักนำ ทำให้การใช้เงินในเกมง่ายกว่าที่รู้สึก
  • FTC เคยสั่งให้ Epic Games จ่าย 245 ล้านดอลลาร์ และ Apple คืนเงินอย่างน้อย 32.5 ล้านดอลลาร์ จากปัญหาการซื้อในเกมและแอป
  • งานวิจัยพบความสัมพันธ์ระหว่างการใช้เงินกับกล่องสุ่มและปัญหาการพนัน แม้ยังสรุปเหตุและผลไม่ได้
  • กติกาที่ได้ผล: ใช้เงินลูกเอง ตั้งงบ แปลงเป็นบาท รอ 48 ชั่วโมง และเปิดระบบอนุมัติการซื้อ

แหล่งอ้างอิง

  1. FTC Finalizes Order Requiring Fortnite maker Epic Games to Pay $245 Million for Tricking Users into Making Unwanted Charges — Federal Trade Commission
  2. Apple Inc. Will Provide Full Consumer Refunds of At Least $32.5 Million to Settle FTC Complaint It Charged for Kids' In-App Purchases Without Parental Consent — Federal Trade Commission
  3. Video game loot boxes are linked to problem gambling: Results of a large-scale survey (Zendle & Cairns, 2018) — PLOS ONE
  4. Purchase approvals on Google Play — Google For Families Help
  5. Approve what your child can purchase and download with Ask to Buy — Apple Support

บทความนี้จัดทำเพื่อการเรียนรู้ของครอบครัว ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุนเฉพาะบุคคล ข้อมูลและกฎเกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความนี้มีประโยชน์ไหม?

ความคิดเห็น 0

← บทความทั้งหมด

บทความอื่นๆ

อ่านต่อเรื่องที่เกี่ยวข้อง

บทความรู้ทันเงิน

การแบ่งปันและการบริจาค: ใช้เงินเพื่อผู้อื่นอย่างมีความหมาย

งานวิจัยพบว่าแม้เด็กวัยไม่ถึงสองขวบก็ดูมีความสุขเมื่อได้ให้ สอนลูกแบ่งปันอย่างมีความหมาย เลือกสิ่งที่อยากช่วย และตรวจสอบก่อนบริจาคทุกครั้ง

บทความรู้ทันเงิน

โฆษณาและการตลาด: ทำไมเราถึงอยากซื้อของที่ไม่จำเป็น

เด็กเล็กยังแยกโฆษณาออกจากเนื้อหาไม่ได้ดี และโฆษณายุคใหม่แนบเนียนกว่าเดิม ฝึกลูกเป็นนักสืบโฆษณา เพื่อให้เลือกซื้อด้วยเหตุผลของตัวเอง

บทความรู้ทันเงิน

คริปโทเคอร์เรนซีคืออะไร และทำไมต้องระวังเป็นพิเศษ

คริปโทไม่ใช่เงินบาทแบบดิจิทัล ราคาผันผวนสูง จ่ายแล้วเรียกคืนยาก และเป็นเหยื่อล่อยอดนิยมของมิจฉาชีพ อธิบายให้ลูกเข้าใจก่อนถูกชวนลงทุน