เด็กและวัยรุ่นลงทุนได้ไหมในประเทศไทย: เรื่องผู้เยาว์ที่พ่อแม่ต้องรู้
👁 1 次 ❤️ 0 💬 0 ↗️ 0 分享
ลูกวัย 14 ปีเก็บเงินค่าขนมได้หลายพันบาท และอยากลองซื้อกองทุนหรือหุ้นเหมือนที่เห็นในคลิป คำถามแรกที่พ่อแม่ต้องตอบคือ "ตามกฎหมายไทย ลูกทำเองได้ไหม?" คำตอบสั้นๆ คือ ทำได้ในหลายกรณี แต่ต้องมีผู้แทนโดยชอบธรรมให้ความยินยอม และแต่ละสถาบันการเงินก็มีเงื่อนไขของตัวเอง
เรื่องนี้สำคัญกว่าที่คิด เพราะถ้าทำผิดขั้นตอน ธุรกรรมอาจถูกบอกล้างในภายหลัง และที่สำคัญกว่านั้น ความยินยอมของพ่อแม่ไม่ใช่แค่ "ลายเซ็น" แต่คือโอกาสที่ครอบครัวจะได้คุยกันเรื่องเป้าหมายและความเสี่ยงอย่างจริงจัง
บทความนี้สรุปหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตัวอย่างเงื่อนไขจริงที่ตรวจสอบได้ และทางเลือกที่ครอบครัวบ้านเรียนทำได้ โดยย้ำว่าเป็นข้อมูลทั่วไป หากมีกรณีเฉพาะควรสอบถามสถาบันการเงินหรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย
ผู้เยาว์ตามกฎหมายไทยคือใคร
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) กำหนดไว้ดังนี้
- มาตรา 19 บุคคลพ้นจากภาวะผู้เยาว์และบรรลุนิติภาวะเมื่ออายุยี่สิบปีบริบูรณ์
- มาตรา 20 ผู้เยาว์บรรลุนิติภาวะได้เมื่อทำการสมรสตามที่กฎหมายกำหนด
- มาตรา 21 ผู้เยาว์จะทำนิติกรรมใดๆ ต้องได้รับความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรมก่อน การใดที่ผู้เยาว์ทำลงโดยปราศจากความยินยอมเป็นโมฆียะ เว้นแต่จะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น
"โมฆียะ" แปลว่าการนั้นมีผลไปก่อน แต่อาจถูกบอกล้างในภายหลังได้ เอกสารเผยแพร่ความรู้กฎหมายของเทศบาลตำบลพระยืนมิ่งมงคลสรุปว่า ผู้ที่บอกล้างได้คือผู้เยาว์หรือผู้แทนโดยชอบธรรม ภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด
ข้อยกเว้นที่ผู้เยาว์ทำเองได้
ป.พ.พ. มาตรา 22–24 ระบุว่าผู้เยาว์ทำการบางอย่างได้เองโดยลำพัง ได้แก่ การที่เป็นเพียงเพื่อจะได้ไปซึ่งสิทธิ (เช่น รับของขวัญที่ไม่มีเงื่อนไขภาระ) การที่ต้องทำเองเฉพาะตัว และการที่สมแก่ฐานานุรูปและจำเป็นในการดำรงชีพ เช่น ซื้อของใช้ประจำวันตามสมควร ส่วนการเปิดบัญชีลงทุนซึ่งมีทั้งสิทธิ หน้าที่ และความเสี่ยงที่จะขาดทุน โดยทั่วไปจึงไม่ใช่เรื่องที่ผู้เยาว์ควรทำเองโดยลำพัง ในทางปฏิบัติสถาบันการเงินจึงมักขอความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมตามหลักมาตรา 21 (หากไม่แน่ใจกรณีใด ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย)
ในทางปฏิบัติ: บัญชีลงทุนของผู้เยาว์
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) อธิบายในบทความ "ถึงเวลาเปิดทางให้เยาวชน ออมผ่านตลาดทุน" ว่า หากเยาวชนเปิดบัญชีลงทุนโดยที่ผู้ปกครองไม่ได้ให้ความยินยอม บัญชีนั้นถือเป็นโมฆียะและสามารถถูกบอกล้างได้ สถาบันการเงินจึงมักต้องมีเอกสารความยินยอมก่อนเปิดบัญชี
ตัวอย่างเงื่อนไขจริงที่ตรวจสอบได้
- หุ้น: บทความของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (โครงการ Happy Money) ระบุว่าบริษัทหลักทรัพย์บางแห่งกำหนดอายุขั้นต่ำในการเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ไว้ที่ 20 ปีบริบูรณ์ แปลว่าแต่ละโบรกเกอร์กำหนดไม่เหมือนกัน ต้องสอบถามเป็นรายแห่ง
- พันธบัตรออมทรัพย์: เอกสาร "รู้ก่อนซื้อ" ของธนาคารแห่งประเทศไทยสำหรับพันธบัตรออมทรัพย์บนวอลเล็ต สบม. ปีงบประมาณ 2567 ครั้งที่ 1 กำหนดให้บุคคลสัญชาติไทยอายุ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปซื้อได้ โดยผู้ที่อายุไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมก่อน (เงื่อนไขอาจต่างกันในแต่ละรุ่น)
- กองทุนรวม: บริษัทจัดการแต่ละแห่งมีขั้นตอนสำหรับผู้เยาว์ต่างกัน เราไม่พบเกณฑ์กลางที่ใช้เหมือนกันทุกแห่ง ควรสอบถามบริษัทจัดการหรือธนาคารที่เป็นตัวแทนขายโดยตรง
TDRI ยังเสนอให้ไทยพิจารณากฎหมายเฉพาะเพื่อการออมและการลงทุนของเยาวชน โดยยกตัวอย่างบัญชี Junior ISA ของสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย ยังไม่ใช่กฎหมายที่ใช้บังคับในไทย
ทางเลือกที่ครอบครัวทำได้
1. ลงทุนร่วมกัน โดยผู้แทนโดยชอบธรรมให้ความยินยอม
เปิดบัญชีในชื่อลูกตามขั้นตอนของสถาบันการเงิน โดยพ่อแม่ลงนามให้ความยินยอม วิธีนี้ทำให้ทรัพย์สินเป็นของลูกชัดเจน และลูกได้เรียนรู้ขั้นตอนจริง
2. พ่อแม่ลงทุนในชื่อตัวเอง แต่ "กันไว้" ให้ลูก
บางครอบครัวเลือกลงทุนในชื่อพ่อแม่แล้วทำบันทึกภายในบ้านว่าก้อนนี้เป็นเป้าหมายของลูก ข้อดีคือยืดหยุ่น ข้อที่ต้องรู้คือในทางกฎหมายทรัพย์สินยังเป็นของผู้ที่มีชื่อในบัญชี ครอบครัวควรตกลงกันให้ชัดตั้งแต่ต้น
3. เริ่มจากสิ่งที่เงื่อนไขชัดเจน
เช่น บัญชีเงินฝาก พันธบัตรออมทรัพย์รุ่นที่เปิดให้ผู้อายุ 15 ปีขึ้นไปซื้อได้เมื่อมีความยินยอม หรือกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) สำหรับวัยรุ่นที่มีคุณสมบัติตามที่ กอช. กำหนด
ไม่ว่าจะเลือกทางไหน หลักสำคัญคือให้ลูกมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ความยินยอมของพ่อแม่ควรมาหลังจากลูกอธิบายได้ว่าจะลงทุนในอะไร ทำไม และรับความเสี่ยงได้แค่ไหน
กิจกรรมทำที่บ้าน
- "ต้องขออนุญาตไหม?" (8–12 ปี) เขียนสถานการณ์ลงการ์ด เช่น ซื้อขนม 20 บาท รับเงินอั่งเปา ซื้อเกมราคา 3,000 บาท เปิดบัญชีลงทุน ให้ลูกเดาว่าแบบไหนทำเองได้ แบบไหนต้องขอพ่อแม่ แล้วอธิบายด้วยหลักมาตรา 21–24 แบบง่าย
- สภาการลงทุนประจำบ้าน (12–18 ปี) ก่อนเปิดบัญชีใดๆ ให้ลูกนำเสนอแผน 1 หน้า ได้แก่ เป้าหมาย ระยะเวลา สิ่งที่จะลงทุน ความเสี่ยง และถ้าขาดทุนจะทำอย่างไร พ่อแม่ถามคำถาม แล้วค่อยตัดสินใจให้ความยินยอม
- อ่านแบบฟอร์มจริง (14–18 ปี) ขอแบบฟอร์มเปิดบัญชีหรือเงื่อนไขสำหรับผู้เยาว์จากสถาบันการเงินที่สนใจ ให้วัยรุ่นอ่านและทำเครื่องหมายส่วนที่ไม่เข้าใจ แล้วไปถามเจ้าหน้าที่ด้วยตัวเอง
- ข้อตกลงครอบครัว (ทุกวัย) เขียนข้อตกลงว่าเงินลงทุนก้อนนี้เป็นของใคร ใช้เพื่ออะไร และจะมอบให้ลูกดูแลเองเมื่ออายุเท่าไร ลงชื่อทุกคนแล้วเก็บไว้
สรุปสั้นๆ
- ตาม ป.พ.พ. มาตรา 19 ผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์เป็นผู้เยาว์ (เว้นแต่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรสตามกฎหมาย)
- มาตรา 21: นิติกรรมของผู้เยาว์ต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมก่อน ไม่เช่นนั้นเป็นโมฆียะ
- การเปิดบัญชีลงทุนของผู้เยาว์จึงต้องมีความยินยอม และแต่ละสถาบันมีเงื่อนไขอายุของตัวเอง
- ทางเลือกมีหลายแบบ ทั้งบัญชีในชื่อลูกโดยพ่อแม่ยินยอม หรือพ่อแม่ลงทุนแทนแล้วตกลงกันให้ชัด
- ข้อมูลนี้เป็นความรู้ทั่วไป กรณีเฉพาะควรถามสถาบันการเงินหรือผู้เชี่ยวชาญกฎหมาย และศึกษาก่อนลงทุนเสมอ
แหล่งอ้างอิง
- กฎหมายน่ารู้เพื่อประชาชน: ความสามารถของผู้เยาว์ (สรุป ป.พ.พ.) — เทศบาลตำบลพระยืนมิ่งมงคล
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ส่วนที่ 2 ความสามารถ (มาตรา 19–36) — สถาบันนิติธรรมาลัย
- ถึงเวลาเปิดทางให้เยาวชน ออมผ่านตลาดทุน — สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)
- วัยรุ่นอย่างเรา... ลงทุนอะไรได้บ้างนะ? — ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
- รู้ก่อนซื้อพันธบัตรออมทรัพย์บนวอลเล็ต สบม. ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ครั้งที่ 1 — ธนาคารแห่งประเทศไทย
บทความนี้จัดทำเพื่อการเรียนรู้ของครอบครัว ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุนเฉพาะบุคคล ข้อมูลและกฎเกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
这篇文章对你有帮助吗?