เปิดบัญชีเงินฝากให้ลูก: เรื่องที่พ่อแม่ควรรู้ก่อนไปธนาคาร

👁 1 回 ❤️ 0 💬 0 ↗️ 0 シェア

🌐 この記事はタイ語で書かれています。

เมื่อกระปุกของลูกเริ่มหนัก หลายบ้านเริ่มคิดว่า "ถึงเวลาเปิดบัญชีธนาคารให้ลูกแล้วหรือยัง" คำตอบคือ บัญชีเงินฝากไม่ได้เป็นแค่ที่เก็บเงินที่ปลอดภัยกว่ากระปุก แต่ยังเป็นห้องเรียนการเงินของจริง ลูกจะได้เห็นสมุดบัญชีหรือแอป ได้เห็นดอกเบี้ยงอกเงย และได้เรียนรู้ว่าระบบธนาคารทำงานอย่างไร

แต่ก่อนพาลูกเดินเข้าธนาคาร มีหลายเรื่องที่พ่อแม่ควรรู้ ตั้งแต่ประเภทบัญชี เงื่อนไขอายุ ค่าธรรมเนียมที่อาจแอบซ่อนอยู่ ไปจนถึงความคุ้มครองเงินฝาก บทความนี้รวบรวมจากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.) และหน้าผลิตภัณฑ์ของธนาคาร เพื่อให้พ่อแม่เตรียมคำถามไปถามธนาคารได้ถูกจุด

รู้จักบัญชีเงินฝาก 3 ประเภทหลัก

ธปท. อธิบายว่าบัญชีเงินฝากหลักๆ มี 3 แบบ

  • ออมทรัพย์: ไม่มีกำหนดระยะเวลา ฝากถอนได้คล่อง ดอกเบี้ยต่ำกว่าแบบฝากประจำ เหมาะกับการเริ่มต้นของเด็กส่วนใหญ่
  • ฝากประจำ: มีระยะเวลาฝากชัดเจน เช่น 3–12 เดือน ดอกเบี้ยมักสูงกว่า แต่ถ้าถอนก่อนกำหนดอาจได้ดอกเบี้ยน้อยลง เหมาะกับเงินก้อนที่รู้ว่าจะยังไม่ใช้
  • กระแสรายวัน: ออกแบบมาสำหรับธุรกิจ ใช้สั่งจ่ายเช็ค โดยทั่วไปไม่มีดอกเบี้ย จึงไม่เหมาะกับเด็ก

นอกจากนี้ ธนาคารหลายแห่งมีบัญชีที่ออกแบบสำหรับเด็กหรือเยาวชนโดยเฉพาะ ซึ่งเงื่อนไขต่างกันไปในแต่ละธนาคาร

ตัวอย่างบัญชีเด็กในไทย: เงื่อนไขต่างกันตามวัย

เงื่อนไขเรื่องอายุ ผู้เปิดบัญชี และเอกสาร ไม่ได้เหมือนกันทุกธนาคาร ตัวอย่างต่อไปนี้มาจากหน้าเว็บของธนาคาร ณ ปี 2569 เพื่อให้เห็นภาพความหลากหลาย ไม่ใช่คำแนะนำให้เลือกธนาคารใด และเงื่อนไขอาจเปลี่ยนได้

เด็กเล็ก: พ่อแม่เปิดเพื่อลูก

ตัวอย่างเช่น บัญชีเงินฝากออมสินออมรักของธนาคารออมสิน ระบุว่าผู้ฝากต้องอายุ 20–65 ปี และผู้เยาว์ที่เป็นผู้รับประโยชน์ต้องอายุตั้งแต่แรกเกิดถึงต่ำกว่า 10 ปี เปิดบัญชีขั้นต่ำ 1 บาท บัญชีลักษณะนี้พ่อแม่เป็นผู้ดูแลเงินแทนลูก

เด็กโตที่มีบัตรประชาชน: เปิดในชื่อตัวเอง

บัญชีเงินฝาก Youth Savings ของธนาคารออมสินรับผู้ฝากอายุ 7–23 ปี ใช้บัตรประชาชนในการเปิด เปิดบัญชีขั้นต่ำ 100 บาท และถอนได้ตามต้องการ

วัยรุ่น: เปิดผ่านแอปได้

ปัจจุบันบางธนาคารเปิดให้วัยรุ่นเปิดบัญชีออมทรัพย์ผ่านแอปในชื่อของตัวเองได้ แต่อายุขั้นต่ำและเงื่อนไขแตกต่างกัน ก่อนให้ลูกเปิดบัญชีออนไลน์ ควรนั่งอ่านเงื่อนไขในแอปด้วยกัน และตกลงกติกาการใช้โมบายแบงก์กิ้งในบ้านให้ชัด

เนื่องจากแต่ละธนาคารกำหนดเอกสาร (เช่น สูติบัตร ทะเบียนบ้าน บัตรประชาชนของพ่อแม่) และสิทธิการถอนเงินของผู้เยาว์ต่างกัน ควรโทรถามหรือดูหน้าเว็บของธนาคารที่จะไปก่อนทุกครั้ง จะได้ไม่ต้องเดินทางเสียเที่ยว

เช็กลิสต์ก่อนเซ็นเปิดบัญชี

ธปท. แนะนำให้ตรวจสอบเรื่องเหล่านี้ก่อนเปิดบัญชี ซึ่งพ่อแม่ใช้เป็นเช็กลิสต์ได้เลย

  1. อัตราดอกเบี้ย: ถามทั้งอัตราต่อปีและวิธีจ่ายดอกเบี้ย เปรียบเทียบหลายธนาคารเบื้องต้นได้ด้วยเครื่องมือเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์เงินฝากของ ธปท. ซึ่งกรองตามประเภทเงินฝาก ระยะเวลา และเงินเปิดบัญชีได้
  2. ภาษีดอกเบี้ย: ดอกเบี้ยเงินฝากประจำถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ส่วนดอกเบี้ยออมทรัพย์มีเกณฑ์เรื่องยอดดอกเบี้ย 20,000 บาทต่อปี (รายละเอียดในบทความเรื่องดอกเบี้ยของเรา)
  3. ค่าธรรมเนียมรักษาบัญชี: บางบัญชีคิดค่าธรรมเนียมถ้ายอดเงินต่ำกว่าที่กำหนดหรือไม่มีการเคลื่อนไหวนาน ถามให้ชัดว่าเงื่อนไขคืออะไร เพราะบัญชีเด็กที่ยอดน้อยอาจโดนหักจนหมดได้
  4. ค่าธรรมเนียมบัตร: ธปท. ระบุว่าเรามีสิทธิปฏิเสธบัตร ATM หรือบัตรเดบิตหากไม่จำเป็น สำหรับเด็กเล็ก สมุดบัญชีอย่างเดียวก็อาจเพียงพอ
  5. สิทธิการถอนเงิน: ใครถอนได้บ้าง ต้องมีพ่อแม่มาด้วยไหม และเมื่อลูกโตขึ้นจะโอนสิทธิอย่างไร

เงินของลูกปลอดภัยแค่ไหน: การคุ้มครองเงินฝาก

สคฝ. คุ้มครองเงินฝากในวงเงิน 1 ล้านบาทต่อผู้ฝาก 1 รายต่อสถาบันการเงิน 1 แห่ง หากมีหลายบัญชีในธนาคารเดียวกันจะนับรวมกัน ผู้ฝากได้รับความคุ้มครองทันทีที่เปิดบัญชีโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เงินฝากที่คุ้มครองได้แก่ ออมทรัพย์ ฝากประจำ กระแสรายวัน และบัตรเงินฝาก หากสถาบันการเงินถูกเพิกถอนใบอนุญาต สคฝ. จะจ่ายคืนผู้ฝากภายใน 30 วัน

ข้อควรรู้เพิ่มเติมจาก สคฝ. คือ สลากไม่อยู่ในความคุ้มครอง และเงินฝากในสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐไม่อยู่ในขอบเขตของ สคฝ. (เว้นแต่มีการกำหนดเพิ่ม) ส่วน ธปท. ระบุว่าเงินฝากสกุลต่างประเทศไม่ได้รับความคุ้มครองนี้ ถ้าพ่อแม่ฝากกับธนาคารของรัฐ ให้สอบถามธนาคารโดยตรงว่าเงินฝากได้รับการดูแลอย่างไร

อีกเรื่องที่ต้องสอนลูกตั้งแต่มีบัญชีแรก: ธปท. เตือนว่าห้ามให้คนอื่นเช่าหรือยืมบัญชี เพราะมีโทษร้ายแรงตามกฎหมายฟอกเงิน วัยรุ่นอาจถูกชักชวนผ่านโซเชียลให้ "รับจ้างเปิดบัญชี" จึงควรคุยเรื่องนี้ให้ชัด

กิจกรรมทำที่บ้าน

1. ซ้อมไปธนาคาร (เหมาะกับ 4–7 ปี)

  1. เล่นบทบาทสมมติ ให้ลูกเป็นพนักงานธนาคาร พ่อแม่เป็นลูกค้า แล้วสลับกัน
  2. ทำสมุดบัญชีจำลองจากกระดาษ ทุกครั้งที่ฝากให้เขียนวันที่และยอดเงิน
  3. เมื่อไปธนาคารจริง ให้ลูกเป็นคนยื่นเงินฝากและรับสมุดคืนด้วยตัวเอง

2. นักสืบเปรียบเทียบบัญชี (เหมาะกับ 10–14 ปี)

  1. เลือกบัญชีเด็กหรือบัญชีออมทรัพย์จาก 3 ธนาคาร
  2. ให้ลูกหาข้อมูล: อายุที่เปิดได้ เงินเปิดบัญชีขั้นต่ำ ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม
  3. จดลงตาราง แล้วให้ลูกนำเสนอว่าเลือกบัญชีไหนเพราะอะไร

3. ดูแลบัญชีด้วยตัวเอง (เหมาะกับ 13–18 ปี)

  1. ให้วัยรุ่นตรวจรายการเดินบัญชีเดือนละครั้ง หาว่ามีดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมอะไรเข้าออกบ้าง
  2. ตั้งกติกาความปลอดภัย: ไม่บอกรหัส OTP ไม่ให้ใครยืมบัญชี ไม่กดลิงก์แปลก
  3. คุยกันว่าถ้าพบรายการผิดปกติ ต้องแจ้งธนาคารทันที

สรุปสั้นๆ

  • บัญชีออมทรัพย์เหมาะเป็นบัญชีแรกของเด็ก ส่วนฝากประจำเหมาะกับเงินก้อนที่ยังไม่ใช้
  • เงื่อนไขอายุ ผู้เปิดบัญชี และเอกสารต่างกันในแต่ละธนาคาร ควรถามธนาคารก่อนไป
  • เช็กดอกเบี้ย ภาษี ค่าธรรมเนียมรักษาบัญชี และค่าบัตรก่อนเซ็นทุกครั้ง
  • สคฝ. คุ้มครองเงินฝาก 1 ล้านบาทต่อผู้ฝากต่อสถาบัน แต่ไม่รวมสลาก
  • สอนลูกตั้งแต่บัญชีแรกว่าห้ามให้ใครเช่าหรือยืมบัญชีเด็ดขาด

แหล่งอ้างอิง

  1. บัญชีเงินฝาก — ธนาคารแห่งประเทศไทย
  2. การคุ้มครองเงินฝาก — สถาบันคุ้มครองเงินฝาก
  3. เงินฝากออมสิน ออมรัก — ธนาคารออมสิน
  4. เงินฝาก Youth Savings — ธนาคารออมสิน
  5. เปรียบเทียบผลิตภัณฑ์เงินฝาก — ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย

บทความนี้จัดทำเพื่อการเรียนรู้ของครอบครัว ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุนเฉพาะบุคคล ข้อมูลและกฎเกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

この記事は役に立ちましたか?

コメント 0

← すべて見る: 記事

続きを読む

関連記事

記事貯金

ชาเลนจ์ออมเงิน 52 สัปดาห์สำหรับทั้งครอบครัว

ออมเพิ่มขึ้นทีละนิดทุกสัปดาห์ ครบปีได้เงินก้อนที่น่าภูมิใจ ชวนทั้งบ้านทำชาเลนจ์ 52 สัปดาห์ พร้อมสูตรปรับตามวัยและวิธีไม่ให้เลิกกลางทาง

記事貯金

เงินสำรองฉุกเฉิน: ทำไมเด็กก็ควรมี

ขวดน้ำหาย ยางจักรยานแตก ลืมซื้อของขวัญวันเกิดเพื่อน เรื่องไม่คาดฝันเกิดกับเด็กได้เสมอ สอนลูกสร้าง "กล่องปฐมพยาบาลทางการเงิน" ตั้งแต่วันนี้

記事貯金

กฎ 72: คิดในใจว่าเงินจะงอกเป็นสองเท่าเมื่อไร

แค่เอา 72 หารด้วยอัตราผลตอบแทน ก็รู้คร่าวๆ ว่าเงินจะโตเป็นสองเท่าในกี่ปี เคล็ดลับคณิตคิดในใจที่ลูกใช้ได้ทั้งเรื่องออมและเรื่องเงินเฟ้อ