ภาษีคืออะไร เงินที่ทุกคนจ่ายไปทำอะไรบ้าง

👁 1 ครั้ง ❤️ 0 💬 0 ↗️ 0 แชร์

ลองให้ลูกดูใบเสร็จจากร้านสะดวกซื้อ แล้วชี้ไปที่บรรทัดเล็กๆ ที่เขียนว่า "VAT" หรือ "ภาษีมูลค่าเพิ่ม" เด็กหลายคนจะแปลกใจว่า ตัวเองก็เป็นผู้เสียภาษีแล้ว ตั้งแต่ซื้อขนมชิ้นแรก ภาษีจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวของผู้ใหญ่ที่มีเงินเดือนเท่านั้น

การเข้าใจภาษีช่วยให้ลูกเห็นว่าถนน โรงเรียน โรงพยาบาล และบริการสาธารณะต่างๆ มาจากไหน และยังเป็นพื้นฐานสำคัญเมื่อลูกโตขึ้นมีรายได้ของตัวเอง กรมสรรพากรเองก็มีโครงการ "สโมสรภาษี เด็กดีทั่วไทย" (RD Youth Club) ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับภาษี แสดงว่าเรื่องนี้ควรเริ่มสอนตั้งแต่เด็ก

ภาษีคืออะไร

อธิบายง่ายๆ ได้ว่า ภาษีคือเงินที่ประชาชนและธุรกิจจ่ายให้รัฐตามกฎหมาย เพื่อให้รัฐมีเงินไปทำสิ่งที่ทุกคนใช้ร่วมกัน แผนการสอนเรื่อง "ทำความเข้าใจภาษี" ของธนาคารแห่งประเทศไทยอธิบายว่ารายได้จากภาษีถูกนำไปพัฒนาประเทศ ทั้งโครงสร้างพื้นฐานและสวัสดิการสังคม และการเสียภาษีเป็นหน้าที่ของพลเมือง

เปรียบเทียบกับเงินกองกลางในบ้าน

สำหรับเด็กเล็ก ลองเปรียบเทียบกับ "กระปุกกองกลาง" ของบ้าน ทุกคนใส่เงินคนละนิดเพื่อซื้อของที่ใช้ร่วมกัน เช่น ลูกบอลที่ทุกคนเล่น หรือค่าน้ำค่าไฟ ถ้าไม่มีใครใส่เงินเลย ก็จะไม่มีของส่วนรวมให้ใช้ ประเทศก็ทำงานคล้ายกันแต่ใหญ่กว่ามาก

ภาษีทางตรงและภาษีทางอ้อม

แผนการสอนของ ธปท. แบ่งภาษีเป็นสองกลุ่มใหญ่

  • ภาษีทางตรง คือภาษีที่ผู้มีรายได้จ่ายโดยตรง เช่น ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ที่คนทำงานจ่ายจากรายได้ของตัวเอง
  • ภาษีทางอ้อม คือภาษีที่แฝงอยู่ในราคาสินค้าและบริการ เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ร้านค้าเก็บจากลูกค้าแล้วนำส่งรัฐ

ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ลูกจ่ายอยู่ทุกวัน

กรมสรรพากรอธิบายว่าอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่ใช้อยู่ประกอบด้วยภาษีที่กรมสรรพากรเก็บร้อยละ 6.3 บวกกับส่วนที่จัดสรรให้ราชการส่วนท้องถิ่นอีก 1 ใน 9 รวมเป็นร้อยละ 7 และตามรายงานของไทยพีบีเอส (สิงหาคม 2569) กรมสรรพากรยืนยันว่ายังคงเก็บ VAT ในอัตราร้อยละ 7 ไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2570 หลังคณะรัฐมนตรีอนุมัติขยายเวลา โดยสินค้าจำเป็นบางอย่าง เช่น อาหารสดอย่างข้าว เนื้อสัตว์ ผัก และไข่ รวมถึงบริการขนส่งบางประเภท ยังได้รับยกเว้น VAT (อัตราอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบกับกรมสรรพากร)

สมมติว่า ลูกซื้อของเล่นราคา 107 บาทที่รวม VAT แล้ว ในจำนวนนี้ประมาณ 100 บาทเป็นราคาสินค้า และอีกประมาณ 7 บาทเป็นภาษีที่ร้านค้าต้องนำส่งรัฐ ลองให้ลูกคิดเลขนี้จากใบเสร็จจริง

ภาษีเงินได้: ยิ่งมีรายได้มาก ยิ่งเสียในอัตราสูงขึ้น

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของไทยใช้ระบบ อัตราก้าวหน้า ตามตารางอัตราภาษีบนเว็บไซต์กรมสรรพากร เงินได้สุทธิถูกแบ่งเป็นขั้นๆ แต่ละขั้นเสียภาษีในอัตราต่างกัน ขั้นสูงสุดคือร้อยละ 35 สำหรับเงินได้สุทธิส่วนที่เกิน 5,000,000 บาท

จุดที่ควรอธิบายให้วัยรุ่นเข้าใจคือ อัตราที่สูงขึ้นใช้กับ เฉพาะส่วนที่เกินแต่ละขั้น ไม่ใช่เงินทั้งหมด และ "เงินได้สุทธิ" คือรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนตามกฎหมายแล้ว รายละเอียดเรื่องค่าลดหย่อน การยกเว้น และการยื่นแบบมีหลายเงื่อนไขและเปลี่ยนแปลงได้ ควรศึกษาจากเว็บไซต์กรมสรรพากรโดยตรง

เมื่อลูกเริ่มมีรายได้

วัยรุ่นที่เริ่มขายของออนไลน์หรือรับงานฟรีแลนซ์ควรรู้ว่ารายได้ทุกประเภทอาจเกี่ยวข้องกับภาษี การจดบัญชีรายรับรายจ่ายตั้งแต่แรกจะช่วยได้มาก และถ้าไม่แน่ใจ ให้สอบถามกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี

ทำไมต้องเป็นอัตราก้าวหน้า

ชวนวัยรุ่นคิดว่าทำไมคนที่มีรายได้มากจึงเสียภาษีในอัตราสูงกว่า แนวคิดหลักคือความสามารถในการจ่ายของแต่ละคนไม่เท่ากัน นี่เป็นหัวข้อที่ดีสำหรับการฝึกคิดวิเคราะห์ ให้ลูกลองเสนอเหตุผลทั้งฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยพ่อแม่ไม่ต้องรีบให้คำตอบ

เงินภาษีกลับมาหาเราในรูปไหน

ชวนลูกมองรอบตัวแล้วหา "สิ่งที่มาจากเงินภาษี" เช่น ถนนและสะพาน ไฟส่องทาง สวนสาธารณะ ห้องสมุดประชาชน โรงพยาบาลรัฐ โรงเรียนรัฐ การรักษาความปลอดภัย และการช่วยเหลือเมื่อเกิดภัยพิบัติ เด็กจะเริ่มเห็นว่าภาษีไม่ใช่เงินที่หายไป แต่กลับมาในรูปของบริการที่ทุกคนใช้ร่วมกัน

สำหรับวัยรุ่น นี่เป็นโอกาสดีที่จะคุยเรื่องความเป็นพลเมือง เช่น ทำไมการเลี่ยงภาษีจึงเป็นเรื่องไม่ยุติธรรมกับคนอื่น และทำไมประชาชนควรติดตามว่ารัฐใช้เงินภาษีอย่างไร

กิจกรรมทำที่บ้าน

1. ล่าหาภาษีรอบบ้าน (อายุ 5–8 ปี)

  1. พาลูกเดินเล่นรอบหมู่บ้านหรือในเมือง ให้ชี้สิ่งที่คิดว่าสร้างด้วยเงินภาษี
  2. ถ่ายรูปหรือวาดรูปเก็บไว้ แล้วกลับมาทำ "สมุดภาษีของเรา"
  3. คุยกันว่าถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้ ชีวิตจะเป็นอย่างไร

2. นักสืบใบเสร็จ (อายุ 8–12 ปี)

  1. เก็บใบเสร็จจากการซื้อของหนึ่งสัปดาห์
  2. ให้ลูกหาบรรทัด VAT ในใบเสร็จ แล้วรวมว่าครอบครัวจ่าย VAT ไปเท่าไรในสัปดาห์นั้น
  3. สังเกตว่าใบเสร็จจากตลาดสดหรือร้านเล็กๆ ต่างจากห้างอย่างไร แล้วลองหาคำตอบด้วยกัน

3. เมืองจำลองของเรา (อายุ 11 ปีขึ้นไป)

  1. สมมติว่าครอบครัวคือเมืองเล็กๆ ทุกคนมีรายได้สมมติ ต้องจ่ายภาษีเข้ากองกลางตามอัตราที่ตกลงกัน
  2. ให้ลูกเป็น "รัฐบาล" ตัดสินใจว่าจะใช้เงินกองกลางกับอะไร เช่น ซ่อมจักรยาน ซื้อหนังสือ หรือเก็บไว้ยามฉุกเฉิน
  3. ให้สมาชิกบ้านโหวตและวิจารณ์ แล้วคุยกันว่าการใช้เงินภาษีอย่างโปร่งใสสำคัญอย่างไร

สรุปสั้นๆ

  • ภาษีคือเงินที่ประชาชนและธุรกิจจ่ายให้รัฐตามกฎหมาย เพื่อนำไปพัฒนาประเทศและจัดบริการส่วนรวม
  • ภาษีทางตรงจ่ายจากรายได้โดยตรง ภาษีทางอ้อมแฝงอยู่ในราคาสินค้า เช่น VAT ซึ่งเด็กก็จ่ายอยู่ทุกวัน
  • ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาใช้อัตราก้าวหน้า อัตราที่สูงขึ้นใช้เฉพาะส่วนที่เกินแต่ละขั้น
  • กฎหมายภาษีเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับกรมสรรพากรเสมอ

แหล่งอ้างอิง

  1. ทำความเข้าใจภาษี (แผนการสอน) — ธนาคารแห่งประเทศไทย
  2. บัญชีอัตราภาษีเงินได้ — กรมสรรพากร
  3. การลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นอัตราร้อยละ 7 — กรมสรรพากร
  4. RD Youth Club (สโมสรภาษี เด็กดีทั่วไทย) — กรมสรรพากร
  5. กรมสรรพากร ย้ำยังจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ถึง 30 ก.ย. 2570 — Thai PBS

บทความนี้จัดทำเพื่อการเรียนรู้ของครอบครัว ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุนเฉพาะบุคคล ข้อมูลและกฎเกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความนี้มีประโยชน์ไหม?

ความคิดเห็น 0

← บทความทั้งหมด

บทความอื่นๆ

อ่านต่อเรื่องที่เกี่ยวข้อง

บทความพื้นฐานการเงิน

เงินสด เงินดิจิทัล พร้อมเพย์ และ QR Code: สอนเด็กยุคสังคมไร้เงินสด

เมื่อพ่อแม่จ่ายเงินด้วยการสแกน ลูกอาจคิดว่าเงินไม่มีวันหมด สอนเด็กยุคไร้เงินสดให้เข้าใจพร้อมเพย์ QR Code และใช้เงินดิจิทัลอย่างปลอดภัย

บทความพื้นฐานการเงิน

เงินเฟ้อคืออะไร ทำไมขนมถุงเดิมแพงขึ้น

ขนมถุงเดิมแพงขึ้น หรือถุงเท่าเดิมแต่ของน้อยลง อธิบายเงินเฟ้อให้ลูกเข้าใจ พร้อมบทบาทของแบงก์ชาติ และทำไมการออมอย่างเดียวอาจไม่พอ

บทความพื้นฐานการเงิน

งบประมาณครั้งแรกของลูก: วางแผนใช้เงินแบบง่ายๆ

งบประมาณไม่ใช่เรื่องของผู้ใหญ่เท่านั้น ชวนลูกวางแผนใช้เงินครั้งแรกใน 5 ขั้นตอน ตั้งแต่รู้ว่ามีเงินเท่าไร จนถึงทบทวนเมื่อครบกำหนด